CASETiFY ยกระดับเคสยอดนิยมต้อนรับ iPhone 18 Impact ถึง Bounce พร้อม MagSafe
CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชันอุปกรณ์เสริมสำหรับ iPhone 18 ยกระดับ Impact, Ultra Impact, Ripple และ Bounce พร้อมวางจำหน่ายที่ CASETiFY.com ราคาเคส 2,200-5,400 บาท
กรุงเทพฯ, 10 กันยายน 2026 – หลัง Apple เปิดตัว iPhone 18 Series แบรนด์ไลฟ์สไตล์ CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชันอุปกรณ์เสริมสำหรับ iPhone 18 โดยนำเคสยอดนิยมมาปรับโฉมทั้งรูปทรง วัสดุ พื้นผิว และฟีเจอร์การปกป้อง พร้อมขยายไลน์อัปไปถึงสายคล้อง ชาร์ม อุปกรณ์รองรับ MagSafe และตัวเลือกใหม่สำหรับ Apple Watch X คอลเล็กชันพร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่าน CASETiFY.com
เคสสำหรับ iPhone 18 มีราคาเริ่มต้นที่ 2,200 บาท ไปจนถึง 5,400 บาท ส่วนอุปกรณ์เสริมอยู่ที่ 900-2,400 บาท จุดเด่นของคอลเล็กชันนี้คือการยกระดับรุ่นขายดีให้บางลง จับกระชับขึ้น และทนแรงกระแทกได้มากขึ้น โดยยังคงรองรับ MagSafe และการชาร์จไร้สาย
Impact เคสขายดีกว่า 19 ล้านชิ้น ยกระดับการปกป้องในชีวิตประจำวัน
Impact เป็นเคสรุ่นขายดีที่สุดของ CASETiFY ที่มียอดจำหน่ายทั่วโลกแล้วกว่า 19 ล้านชิ้น ออกแบบให้บางและน้ำหนักเบา พร้อมการปกป้องสำหรับการใช้งานทั่วไป มาพร้อมเทคโนโลยี EcoShock™ ที่ช่วยดูดซับและกระจายแรงกระแทก เสริมด้วย Duo-Lock by CASETiFY™ ผ่านการทดสอบการตกกระแทกสูงสุด 2.5 เมตร และมาตรฐาน Military Standard 810G สูงสุดถึง 4 เท่า
พื้นผิว Glaze ช่วยลดรอยขีดข่วนและการสึกหรอของลวดลาย ขอบยกสูงช่วยปกป้องหน้าจอและเลนส์ ปุ่มควบคุมกล้องออกแบบมาให้กดได้แม่นยำ และรองรับ MagSafe พร้อมการชาร์จแบบไร้สาย
Ultra Impact มุมโค้งมนขึ้น ปกป้องสูงสุด 3.5 เมตร
Ultra Impact ต่อยอดจากตระกูล Impact ด้วยมุมเคสที่โค้งมนขึ้น ช่วยให้จับกระชับและสบายมือมากขึ้น โครงสร้างมุมถูกเสริมความแข็งแรง พร้อมโครงสร้าง Air-Cell ภายในที่ช่วยรองรับแรงกระแทก ผ่านการทดสอบการตกกระแทกสูงสุด 3.5 เมตร และมาตรฐาน Military Standard 810G สูงสุดถึง 6 เท่า ทั้งยังบางลงและมีตัวเลือกดีไซน์หลากหลาย พร้อมรองรับ MagSafe
Ring Stand, Glaze, Glitter และ Mirror สำหรับแฮนด์ฟรีและลุคต่างสไตล์
ทั้ง Ultra Impact และ Impact มีรุ่น Ring Stand ที่เพิ่มขาตั้งวงแหวนโลหะบริเวณกล้อง ปรับองศาได้สูงสุด 150 องศา ด้วยกลไกบานพับแบบไร้สกรู เพื่อใช้งานแฮนด์ฟรีได้มั่นคงขึ้น นอกจากนี้ยังมีพื้นผิวให้เลือกทั้ง Glaze, Glitter และ Mirror โดยรุ่น Mirror เป็นพื้นผิวกระจกเงาที่ช่วยเช็คความเรียบร้อยหรือทัชอัพระหว่างวันได้สะดวก
Ripple ดีไซน์ซิลิโคนสัมผัสนุ่ม พร้อมเฉดสีใหม่
Ripple ดีไซน์ที่ได้รับรางวัลของ CASETiFY กลับมาบน iPhone 18 ด้วยรูปทรงริ้วและมุมที่นูนอย่างพอดี ผลิตจากซิลิโคนสัมผัสนุ่ม จับแล้วมีมิติชัดเจน พร้อมช่วยปกป้องเครื่อง ผ่านการทดสอบการตกกระแทกสูงสุด 2 เมตร และมาตรฐาน Military Standard 810G สูงสุดถึง 3 เท่า มีขอบยกสูงรอบเลนส์กล้อง และรองรับ MagSafe อย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากสี Black และ White ยังเพิ่มเฉดสีใหม่อย่าง Banana, Dusty Blue, Blush Pink และ Fig สำหรับผู้ที่ต้องการลุคที่โดดเด่นยิ่งขึ้น
Bounce ปกป้องระดับสูงสุดของ CASETiFY
Bounce มาพร้อม Expanded Bounce Corners และเทคโนโลยี TesseLock™ ที่ช่วยดูดซับและกระจายแรงกระแทก ผ่านการทดสอบการตกกระแทกสูงสุด 6.5 เมตร และมาตรฐาน Military Standard 810G สูงสุดถึง 7 เท่า ด้านหลังเป็นพื้นผิว Matte ที่ต้านทานรอยขีดข่วน พร้อมรูปทรงตามหลักสรีรศาสตร์ให้จับถือมั่นคงขึ้น
Alloy Ripple และ Cloud ขยายทางเลือกด้านดีไซน์
Alloy Ripple นำรูปทรงประติมากรรมของ Ripple มาตีความใหม่ด้วยวัสดุอะลูมิเนียม พื้นผิวเมทัลลิกให้ความรู้สึกพรีเมียม มาพร้อม EcoShock™ และ Duo-Lock by CASETiFY™ ผ่านการทดสอบการตกกระแทกสูงสุด 2.5 เมตร และมาตรฐาน Military Standard 810G สูงสุดถึง 4 เท่า
Cloud ต่อยอดซิลูเอตต์แบบควิลต์ให้โดดเด่นขึ้น ด้วยวัสดุสัมผัสนุ่มแบบเดียวกับ Ripple และขอบกันกระแทกทรงพองนุ่มที่จับสบายมือ ผ่านการทดสอบการตกกระแทกสูงสุด 2 เมตร
อุปกรณ์เสริมไลฟ์สไตล์และราคา
CASETiFY ยังเติมเต็มคอลเล็กชันด้วยอุปกรณ์ใช้งานอย่าง Ripple Wallet, Grip Stand และ Loop Grip รวมถึงไอเทมคัสตอมอย่าง Jelly Wristlets และ Bow Charm Wristlets ตลอดจนสายคล้องที่รองรับการตกแต่งด้วยชาร์มในหลายพื้นผิวและสีสัน
เคสสำหรับ iPhone 18 มีราคาเริ่มต้นที่ 2,200 บาท ถึง 5,400 บาท อุปกรณ์เสริมอยู่ที่ 900-2,400 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CASETiFY.com และช่องทาง Instagram, TikTok และ YouTube ของ CASETiFY