ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์
Redmi Note 10S เปิดตัวมาพร้อมระบบปฏิบัติการ MIUI 12 บนพื้นฐานของ Android 11 ในด้านความสวยงามและความลื่นไหล MIUI ถือว่าเป็นจุดแข็งและจุดขายของค่าย Xiaomi มาช้านาน จึงการันตีในเรื่อง User experience ที่สามารถมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนธีม หรือภาพพื้นหลังรวมถึงรูปแบบไอคอน, รูปแบบการล็อค, แถบสถานะ, ภาพเคลื่อนไหวและเสียงเรียกเข้าได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ
โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผล AMOLED แบบ DotDisplay พร้อม Software ที่ปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งในเรื่องของโทนสี, โหมดมืด และโหมดการอ่านที่ช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้งานเป็นต้น
Redmi Note 10S มาพร้อมฟีเจอร์ Always On Display ซึ่งจะมีการแสดงข้อมูลเวลา และการแจ้งเตือนเมื่อหน้าจออยู่ในโหมด Standby ทำให้เราไม่พลาดในการดูแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ในรูปแบบเรียลไทม์
และนอกจากจะทำให้การดูเวลากับการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีความสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้นแล้ว ผู้ใช้งานยังปรับแต่งรูปแบบการแสดงผลของนาฬิกา, แบล็คกราวน์และสีได้อีกด้วย
อีกทั้งยังรองรับเอฟเฟกต์การแจ้งเตือน ที่สามารถแสดงผลที่ขอบด้านข้างของตัวเครื่อง ซึ่งช่วยให้การใช้งานมีความสะดวกคล่องตัวไปพร้อม ๆ กับความสวยงามจากเอฟเฟกต์ที่มีให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ
Redmi Note 10S มาพร้อมฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรที่มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี Full Netcom 4.0 ทำให้สามารถสามารถจับสัญญาณ 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับการโทรผ่าน Wi-Fi และ VoLTE ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูงบนคลื่น 4G มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย
![]()
มี IR Blaster หรือ อินฟาเรตพอร์ตที่ใช้ในการเป็นรีโมทควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ผ่านทางแอป Mi Remote ซึ่งรองรับอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากแบรนด์หลากหลายประเภท
Cleaner หรือตัวทำความสะอาด ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยให้สมาร์ตโฟนเร็วแรงอยู่เสมอ โดยสามารถลบไฟล์ขยะ ถอนการติดตั้งแอป รวจสอบความปลอดภัยสมาร์ทโฟนด้วยการสแกนไวรัส เพิ่มประสิทธิภาพรูปภาพด้วยการเพิ่มพื้นที่ว่างเป็นต้น
Security – ระบบความปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งแอปที่ช่วยดูแลในด้านความปลอดจากการใช้งาน รวมถึงช่วยปรับปรุงพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้เป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งการสแกนไวรัส ล็อคแอป แก้ปัญหาในด้านต่าง ๆ ทดสอบเครือข่าย เพิ่มความเร็ว ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นแอปที่มีประโยชน์ในการใช้งานอย่างแท้จริง
นอกจากจะมีแบตใหญ่สุดอึดถึง 5,000mAh แล้ว Redmi Note 10S ยังมาพร้อมโหมดประหยัดพลังงาน ที่ช่วยให้งานงานได้ยาวนานยิ่งขึ้น ซึ่งในภาพรวม Redmi Note 10S มีการจัดสรรพลังงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้ครบวันแบบสบาย ๆ
ส่วนถ้าใครเน้นเล่นเกมหรือใช้งานหนัก ๆ ตลอดทั้งวัน ก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะ Redmi Note 10S รองรับชาร์จไวด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W โดยสามารชาร์จได้ 54% ในเวลาเพียง 30 นาที ไม่ว่าจะถ่ายรูป ฟังเพลงหรือเล่นเกม ก็พร้อมให้คุณใช้งานได้ตลอดเวลา
ประสิทธิภาพ
Redmi Note 10S ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต ชิปเซ็ท Mediatek Helio G95 บนสถาปัตยกกรม 12 นาโนเมตร ประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.05 GHz ผสานด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MC4 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การเล่นเกมและการประมวลผลกราฟิกที่ดีขึ้น รองรับการเล่นเกมได้ทุกประเภท และมีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 31%
สำหรับเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน อาทิ Gyroscope, Magnetic, Accelerometer ในส่วนของภาครับสัญญาณ GPS พบว่ามีความเร็วและความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีในระดับใช้งานได้จริง
มัลติมีเดียและความบันเทิง
![]()
FM ซึ่งบน Redmi Note 10S เป็น FM แบบทศนิยมหนึ่งจุด ทีมีภาครับสัญญาณถือว่าคมชัดใช้ได้เลยครับ ส่วนฟีเจอร์ก็ให้มาอย่างครบถ้วน เช่นสามารถตั้งเวลาปิด, รองรับการบันทึกไว้ฟังในแบบออฟไลน์ภายหลังเป็นต้น
![]()
Music Player บน Redmi Note 10S จะมี UI ที่ดูเรียบง่ายสบายตา อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงกับแอป Youtube เพื่อฟังเพลงได้อีกทางหนึ่งด้วย ในด้านคุณภาพเสียง Redmi Note 10S มีเอฟเฟกต์เสียงทั้งในส่วนของการเลือกเสียงให้เข้ากับหูฟังที่ใช้งานและยังรองรับการปรับตั้งค่า EQ ได้ยืดหยุ่นและตรงใจผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับ Video Player บน Redmi Note 10S รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียด 2K ได้อย่างไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น
ทดสอบการเล่นเกม
![]()
Redmi Note 10S มาพร้อมฟีเจอร์ Game Turbo ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงยังอำนวยความสะดวกช่วยให้การเล่นเกมเป็นไปยังราบลื่น เช่น การเคลียร์ RAM, บันทึก Screenshot, บันทึกวิดีโอการเล่น, สลับการใช้งาน Wi-Fi เป็นต้น
เริ่มต้นด้วย Asphalt 9 ที่ได้ปรับตั้งค่าการแสดงผลในระดับ “คุณภาพสูง” โดยในการทดสอบครั้งนี้ ไม่พบอาการแลค หรือหน่วงในขณะเล่นแต่อย่างใด ในภาพรวมถือว่าการเล่นเกม Asphalt 9 บน Redmi Note 10S มีความสมูทลื่นไหลในระดับที่น่าประทับใจ
ต่อกันด้วย PUBG เกม Tactical-FPS สามมิติเต็มรูปแบบ เบื้องต้นสามารถตั้งค่ากราฟิกได้ตั้งแต่ระดับ HD พร้อมเลือกเฟรมเรทระดับสูง ซึ่งในการทดสอบจริง ทั้งการเคลื่อนไหว รวมถึงแอคชั่นต่าง ๆ ภายในเกมนั้นให้ความสมูทที่ดีมาก ๆ เรียกว่าเล่นได้ไหลลื่น ไม่พบอาการหน่วงให้หัวร้อนอย่างแน่นอน
ปิดท้ายกันไปด้วย ROV อีกหนึ่งเกมฮิตของบ้านเรา โดยสามารถตั้งค่าภาพ HD ในระดับสูงมาก การแสดงผลในระดับสูงมาก รวมถึงสามารถเล่นในโหมดเฟรมเรทสูงได้ ในภาพรวมจากการทดสอบใช้งานจริง หากตั้งค่าสูงสุดจะมีอาการดีเลย์เป็นบางครั้ง เมื่อปรับการตั้งค่าให้สมดุลลงมา ก็จะไม่พบอาการหน่วงให้เห็น การันตีว่าสามารถตีป้อมได้แบบไหลลื่น ไม่มีอาการสะดุดให้หงุดหงิดใจอย่างแน่นอน
อ่านต่อหน้า 3