TCCtech ชู Connectivity เป็นรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย พร้อมระบบนิเวศ Peering กว่า 55 เครือข่าย
ทีซีซี เทคโนโลยี (TCCtech) ระบุว่า Connectivity คือหัวใจสู่เศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดยมีเครือข่ายกว่า 55 เครือข่ายในศูนย์ BNDC เชื่อมต่อ IXP ชั้นนำ 8 แห่ง พร้อมใบอนุญาต IIG และ NIX รวมถึงการพัฒนาสภาพแวดล้อม AI-Ready ในกลุ่ม PropTech และ ManuTech
ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเกิดการแข่งขันครั้งใหม่ โดยหลายประเทศต่างเร่งดึงดูดการลงทุนจากผู้ให้บริการคลาวด์ระดับ Hyperscale ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุคถัดไป ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงในการแข่งขันครั้งนี้ ด้วยจุดยุทธศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตต่อเนื่อง และนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่เอื้อต่อธุรกิจ
เม็ดเงินลงทุนมหาศาลอ้างอิงจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สะท้อนความเชื่อมั่นต่ออนาคตของประเทศไทยในเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่การเป็น Digital Hub ที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนต้องอาศัยมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหรือสิทธิประโยชน์ทางการลงทุน
คุณธีรพันธ์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ TCC Technology (TCCtech) กล่าวว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างมากต่อศักยภาพของประเทศ แต่โครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ปัจจัยที่จะกำหนดความสำเร็จในระยะยาว ประเทศที่จะสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืนได้ จะต้องสามารถสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงธุรกิจ เทคโนโลยี เครือข่าย และนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหัวใจสำคัญคือ Connectivity
Connectivity รากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล
แม้คำว่า Connectivity มักถูกมองว่าเป็นเรื่องทางเทคนิค แต่ในความเป็นจริงผลกระทบของ Connectivity กว้างไกลกว่าเรื่องเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐาน เพราะถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในยุคดิจิทัล ทุกกิจกรรมดิจิทัลล้วนพึ่งพาการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมคอนเทนต์ การทำธุรกรรมทางการเงิน การใช้งานคลาวด์ การซื้อขายออนไลน์ หรือการใช้บริการ AI โดยข้อมูลจะต้องเคลื่อนผ่านเครือข่าย แพลตฟอร์ม และผู้ให้บริการที่หลากหลายก่อนจะถึงปลายทาง
ในขณะที่แพลตฟอร์มคลาวด์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล Connectivity คือกลไกที่ทำให้ข้อมูลสามารถเคลื่อนย้ายระหว่างผู้ใช้งาน องค์กร แอปพลิเคชัน และบริการดิจิทัลต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเชื่อมต่อที่แข็งแกร่งจะส่งผลให้ระบบนิเวศดิจิทัลสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ
ประเทศที่ประสบความสำเร็จในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างสิงคโปร์ อัมสเตอร์ดัม และแฟรงก์เฟิร์ต มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก แต่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลชั้นนำของโลกไม่ได้เกิดจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ยังต้องสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการเครือข่าย อินเทอร์เน็ตเอ็กซ์เชนจ์ แพลตฟอร์มคอนเทนต์ และภาคธุรกิจ สามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณค่าของ Connectivity ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านเทคโนโลยี เครือข่ายการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพสูงยังสร้างโอกาสใหม่ในการทำงานร่วมกันและนวัตกรรม รวมถึงช่วยลดอุปสรรคขององค์กรที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ ด้วยการเข้าถึงเครือข่าย พันธมิตร และลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันเมื่อองค์กรดำเนินธุรกิจบนหลายแพลตฟอร์มคลาวด์ หลายช่องทางดิจิทัล และหลายประเทศ Connectivity จึงกำลังกลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ขององค์กร
พลังของ Ecosystem และการเชื่อมต่อ Peering
จากข้อมูลของ peeringdb.com พบว่า TCCtech มีความโดดเด่นในฐานะพันธมิตรด้านการเชื่อมต่อโครงข่าย (Interconnection Partners) ที่มีความแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยมีเครือข่ายมากถึงกว่า 55 เครือข่ายภายในศูนย์ BNDC ทำให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลาง Peering Ecosystem ที่ใหญ่และมีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยเชื่อมต่อผู้ให้บริการ CDN ระดับโลกและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายสำคัญของไทยไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน
ความหลากหลายดังกล่าวช่วยให้องค์กรได้รับประโยชน์จากค่าความหน่วง (Latency) ที่ต่ำ ระบบมีความยืดหยุ่น มีเส้นทางการรับส่งข้อมูลที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มความพร้อมใช้งานของระบบในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้อง นอกจากนี้ TCCtech ยังสามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับ Internet Exchange Point (IXP) ชั้นนำถึง 8 แห่ง เช่น BKNIX ช่วยให้องค์กรเข้าถึงเครือข่ายทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคได้อย่างครอบคลุม
BNDC ของ TCCtech ถือเป็นหนึ่งใน Carrier Neutral Hub ชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้ให้บริการเครือข่ายที่ต้องการความยืดหยุ่นและการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่างเปิดกว้าง นอกจากนี้ TCCtech ยังบริหารจัดการ Autonomous System Numbers (ASN) หลายชุด ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการให้บริการด้าน International Transit, Domestic Interconnection และ Internet Service Provider (ISP) รวมถึงมีการเชื่อมต่อกับศูนย์ Peering หลายแห่งทั่วประเทศ
Ecosystem ของ TCCtech เชื่อมโยงผู้ให้บริการโทรคมนาคม (Carriers) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISPs) แพลตฟอร์มคลาวด์ (CSPs) ผู้ให้บริการคอนเทนต์ (CDNs) Internet Exchange องค์กรข้ามชาติ พันธมิตรด้านเทคโนโลยี และลูกค้าองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ธนาคาร ประกันภัย อุตสาหกรรมการผลิต โลจิสติกส์ โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก และบริการดิจิทัล โดยเมื่อมีผู้เข้าร่วมในระบบมากขึ้น คุณค่าที่ส่งมอบให้กับทุกองค์กรใน Ecosystem ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
โครงสร้างพื้นฐาน IIG NIX และ Bangkok Gigabit Ring
TCCtech มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย โดยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการ International Internet Gateway (IIG) และ National Internet Exchange (NIX) ซึ่งช่วยเชื่อมโยงการรับส่งข้อมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศระหว่างผู้ให้บริการเครือข่าย คลาวด์ คอนเทนต์ และองค์กรธุรกิจ นอกจากนี้บริษัทยังพัฒนาโครงข่าย Bangkok Gigabit Ring (BKK Ring) และเครือข่ายใยแก้วนำแสงเชื่อมโยงประเทศสำคัญในอาเซียน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนและระดับโลก
สร้างสภาพแวดล้อม AI-Ready ใน PropTech และ ManuTech
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นวาระสำคัญในระดับผู้บริหารของทุกอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการนำ AI มาใช้นั้น องค์กรจำเป็นต้องมีรากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง มีกลไกกำกับดูแลข้อมูลที่ชัดเจน มีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับการขยายตัวได้ และมีกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของ TCCtech คือความสามารถในการผสานโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อ ข้อมูล AI แอปพลิเคชัน และระบบนิเวศทางธุรกิจเข้าด้วยกันเป็นกรอบการดำเนินงานแบบบูรณาการ
TCCtech สนับสนุนลูกค้าในการสร้างสภาพแวดล้อมที่พร้อมรองรับ AI (AI-Ready Environment) ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถนำ Predictive Analytics, Intelligent Automation, Advanced Decision-Making และ Operational Optimization มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบนิเวศในกลุ่ม PropTech และ ManuTech เป็นสำคัญ
สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ TCCtech สนับสนุนการพัฒนาโครงการ Smart Property ผ่านแพลตฟอร์มอาคารอัจฉริยะ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ระบบบริหารจัดการพลังงาน บริการดิจิทัลสำหรับผู้เช่า และโซลูชันบริหารจัดการอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบอัจฉริยะ ส่วนในภาคการผลิต TCCtech สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Manufacturing ผ่านการเชื่อมต่อระบบอุตสาหกรรม การติดตามกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ การบูรณาการระบบ Operational Technology (OT) และ Information Technology (IT) การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) การมองเห็นข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Visibility) และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกด้านการดำเนินงาน
ขณะที่ประเทศไทยกำลังเสริมสร้างบทบาทในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค วิสัยทัศน์ของ TCCtech ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเท่านั้น แต่คือการเป็นผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้องค์กรไทย บริษัทข้ามชาติ และภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ สามารถปลดล็อกโอกาสใหม่ในการเติบโต สร้างนวัตกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ทั้งในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคอาเซียน