รีวิว Redmi Note 10 5G สมาร์ตโฟน 5G เร็วแรง สเปกจัดเต็ม ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง

ด้านการถ่ายภาพ

Redmi Note 10 5G  มาพร้อมโหมดการถ่ายภาพที่มีความหลากหลาย รวมถึงการตั้งค่าที่มีความยืดหยุ่น แต่ตัว UI อาจจะต้องใช้การปรับตัวในการใช้งานสักเล็กน้อย เพราะการเข้าถึงเมนูบางอย่างจะถูกแยก ไม่ได้รวมไว้ในการตั้งค่าหรือเมนูเพิ่มเติมนั่นเอง 

Redmi Note 10 5G ติดตั้งกล้องหน้าเซลฟี่แบบฝังใต้หน้าจอ In-Display Selfie ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.0 มาพร้อมหน้าตา User Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่าย พร้อมทั้งแสดงไอคอนเอาไว้ให้ใช้งานได้ทันที ได้แก่ เปิดปิดไฟแฟลช, ฟังก์ชัน HDR, เปิดปิด AI, สัดส่วนภาพถ่าย, การตั้งเวลาถ่ายภาพ และการตั้งค่าอื่น ๆ

ตัวกล้องหน้ารองรับการถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูงสุด 2448 x 3264 พิกเซล และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ FHD 1080P ที่ความเร็ว 30fps พร้อมโหมด AI Beauty และ AI Portrait

โหมด Auto 

กล้องหน้ามีโหมด  Beautify มาให้ใช้งานตามสมัยนิยม ซึ่งนอกจะปรับความขาวใสได้แล้ว ยังสามารถปรับแต่งในส่วนของ รายละเอียดอื่น ๆ เช่น ปรับให้ใบหน้าเรียว ตากลมโต รูปทรงของจมูกเป็นต้น 

ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้การถ่ายเซลฟี่เป็นเรื่องสนุก และให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจแก่ผู้ใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง

มีฟิลเตอร์ให้ใช้งานอย่างจุใจ 

Portrait mode

สำหรับโหมด Portrait บน Redmi Note 10 5G มีความยืดหยุ่นในการใช้งานที่น่าประทับใจมาก โดยสามารถปรับค่ารูรับแสง เพื่อทำให้เกิดการเบลอตามระดับที่ต้องการได้เหมือนกล้องโปร 

รวมถึงสามารถเปิดใช้งาน Beautify และฟิลเตอร์ให้ใช้งานอย่างหลากหลาย ซึ่งช่วยให้การถ่ายเซลฟี่มีความน่าตื่นตาตื่นใจ และยังสามารถแชร์ไปยังโซเชี่ยลต่าง ๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลามาตกแต่งผ่านแอปในภายหลังอีกด้วย 

ทดสอบกล้องหลัง

กล้องหลัง  3 เลนส์ AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.0″ พิกเซลไซส์ 0.8μm และระบบโฟกัส PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

โดยโหมดถ่ายถาพมาพร้อมอินเทอร์เฟซที่คุ้นเคย ด้านบนมีแถบเมนูเปิดปิดไฟแฟลชอัตโนมัติ, เปิดปิดโหมด HDR, เปิดปิดโหมดการปรับแต่งฉากหลังด้วย AI, ปรับค่าฟรุ้งฟริ้ง/เลือกฟิลเตอร์, Google Lens และตั้งค่าการใช้งานกล้องต่าง ๆ

มาพร้อมโหมดการถ่ายอันหลาดหลาย ทั้งโหมดปกติ, โหมด Portrait, โหมดวิดีโอ, โหมดกลางคืน, โหมด 48MP, โหมดมาโครพิเศษ, โหมด Panorama, โหมด Time-Lapse, โหมด Slo-motion, โหมดวิดีโอสั้น, โหมดวิดีโอเคลื่อนไหว และโหมดถ่ายภาพ Pro

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 8000 x 6000 พิกเซล (48MP) ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1080P@30fps พร้อมโหมด Video macro mode

 

โหมด 48 ล้านพิกเซล

คมชัดจัดเต็มด้วยความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล ให้ความละเอียด 8000×6000 พิกเซล จะซูมหรือ Crop ก็ยังให้ดีเทลที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น 

มีระบบ HDR ที่ชาญฉลาด โดยเลือกได้ทมั้งการเปิดอัตโนมัติ หรือจะเลือกเปิดเองตามสถานการณ์นั้น ๆ 

Zoom 5x

Zoom 10x

Redmi Note 10 5G รองรับการ Zoom แบบ Digital zoom ได้สูงสุดที่ 10x

โหมดปกติ

 Macro mode 

Redmi Note 10 5G สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้ถึง 4 ซม. ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่นภาพแมลง ดอกไม้ หรือวัตถุที่ต้องการเน้นความคมชัดและรายละเอียด ซึ่งเลนส์มาโครจะช่วยให้การถ่ายภาพนั้นสนุกและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน

โหมดปกติ

Night Mode

Night Mode จะเป็นโหมดที่ใช้การถ่ายภาพซ้อนกันหลาย ๆ ภาพ จากสภาพแสงที่มีความแตกต่างกัน จากนั้นนำภาพที่ได้มารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือในที่แสงน้อย มีความสว่างและคมชัดโดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้อง

ทดสอบถ่ายภาพบุคคลด้วยกล้องหลัง

Auto mode 

ฟิลเตอร์โหมด

Portrait mode

Portrait mode

สำหรับกล้องหลังจะมีฟีเจอร์ในการถ่ายภาพบุคคลที่เหมือนกับกล้องหน้าทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นโหมด Beautify, ฟิลเตอร์ ฯลฯ 

บทสรุป

นี่คือสมาร์ตโฟน 5G  ที่กำลังร้อนแรงสุด ๆ เพราะเปิดตัวมาด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ๆ สำหรับความโดดเด่นของ  Redmi Note 10 5G ที่นอกจากจะเปิดตัวด้วยราคาย่อมเยาแล้ว ยังมาพร้อมดีไซน์ที่ดูหรูหรา พรีเมี่ยม และให้หน้าจอที่แสดงผลที่สวยงามสมจริง โดยรองรับอัตรารีเฟรชเรท 90Hz ส่งผลให้การรับชมคอนเทนต์และการเล่มเกมเป็นไปอย่างสมูทลื่นไหลสบายตา รวมถึงยังมาพร้อมความโดดเด่นในการรองรับ 5G แบบ Dual SIM Dual Standby ที่สามารถจับสัญญาณ 5G/4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิมอีกด้วย 

นอกจากนี้ยังให้สเปคที่ตอบโจทย์การเล่มเกมและใช้งานได้อย่างลงตัว โดยขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek MT6833 Dimensity 700 5G บนสถาปัตยกกรม 7 นาโนเมตร ผสาน RAM แบบ LPDDR4x  และหน่วยความจำภายในชนิด UFS2.2  ที่ช่วยในการอ่านเขียนข้อมูลและเปิดแอปพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็วทันใจ รวมถึงยังจัดการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ด้วยเทคโนโลยี MediaTek 5G UltraSave ที่จะเข้ามาช่วยในการจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000mAh จึงใช้งานได้ทั้งวัน และรองรับการชาร์จเร็ว 18W ไม่ว่าจะถ่ายรูป ฟังเพลงหรือเล่นเกม ก็พร้อมให้คุณใช้งานได้ตลอดเวลา

ปิดท้ายกันไปด้วยคุณภาพกล้องหน้า/หลัง ที่มาพร้อมฟีเจอร์หลากหลาย และให้คุณภาพที่น่าประทับใจในระดับหนึ่ง ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในยุคนี้ได้อย่างลงตัว สรุปส่งท้าย ใครที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟน 5G สเปคครบครันคุ้มค่า และสามารถเข้าถึงได้ง่าย Redmi Note 10 5G คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวงครับ

ทั้งนี้ Redmi Note 10 5G มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Chrome Silver, Graphite Gray, Nighttime Blue และ Aurora Greenว างจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคมเป็นต้นไป โดยมีราคาและโปรโมชั่นดังนี้

·        รุ่นความจุ 8GB+128GB ราคา 6,999 บาท วางจำหน่ายที่ Mi Store ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์

·        รุ่นความจุ 4GB+128GB ราคา 5,999 บาท  วางจำหน่ายที่ Mi Store ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์

พิเศษ !! ผู้ที่ซื้อ Redmi Note 10 5G  ตั้งแต่ 27 พฤษภาคม – 30 มิถุนายนนี้ รับฟรี Note 10 5G Box Set ประกอบด้วย  Mi True Wireless Earbuds Basic 2 และ เสื้อยืด พร้อมประกันหน้าจอแตก 1 ครั้ง ในระยะเวลา 6 เดือน มูลค่ารวม 3,090 บาท

 

J.wasan
J.wasan

Founder and Web Editor นักเขียน บทความ & รีวิว สนใจด้าน IT และ ไลฟ์สไตล์