รีวิว Redmi Note 10 5G สมาร์ตโฟน 5G เร็วแรง สเปกจัดเต็ม ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

Redmi Note 10 5G เปิดตัวมาพร้อมระบบปฏิบัติการ MIUI 12 บนพื้นฐานของ Android 11 ในด้านความสวยงามและความลื่นไหล MIUI ถือว่าเป็นจุดแข็งและจุดขายของค่าย Xiaomi มาช้านาน จึงการันตีในเรื่อง User experience ที่สามารถมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน 

ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนธีม หรือภาพพื้นหลังรวมถึงรูปแบบไอคอน, รูปแบบการล็อค, แถบสถานะ, ภาพเคลื่อนไหวและเสียงเรียกเข้าได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ

โดดเด่นด้วยอัตรารีเฟรชเรท 90Hz พร้อม Software ที่ปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งในเรื่องของโทนสี, โหมดมืด และโหมดการอ่านที่ช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้งานเป็นต้น 

Redmi Note 10 5G รองรับการใช้งาน 5G ได้ตั้งแต่แกะกล่อง และเป็นแบบ Dual SIM Dual Standby  สามารถจับสัญญาณ 5G/4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับการโทรผ่าน Wi-Fi และ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูง มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย 

Redmi Note 10 5G รองรับการส่งไฟล์ ถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วยแอป ShareMe  ซึ่งนอกจากถ่ายโอนข้อมูลระหว่าสมาร์ตโฟนด้วยกันได้แล้ว ยังรองรับการส่งไฟล์ผ่านทาง PC และ Webshare ที่ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อีกด้วย

มาพร้อม IR Blaster หรือ อินฟาเรตพอร์ตที่ใช้ในการเป็นรีโมทควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ซึ่งมีแอปพลิเคชั่นรองรับอุปกรณ์หลากหลายประเภท 

Cleaner หรือตัวทำความสะอาด ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยให้สมาร์ตโฟนเร็วแรงอยู่เสมอ โดยสามารถลบไฟล์ขยะ ถอนการติดตั้งแอป รวจสอบความปลอดภัยสมาร์ทโฟนด้วยการสแกนไวรัส เพิ่มประสิทธิภาพรูปภาพด้วยการเพิ่มพื้นที่ว่างเป็นต้น 

นอกจากจะมีแบตใหญ่สุดอึดถึง 5,000mAh แล้ว Redmi Note 10 5G ยังมาพร้อมโหมดประหยัดพลังงาน ที่ช่วยให้งานงานได้ยาวนานยิ่งขึ้น ซึ่งในภาพรวม Redmi Note 10 5G มีการจัดสรรพลังงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้ครบวันแบบสบาย ๆ 

ส่วนถ้าใครเน้นเล่นเกมหรือใช้งานหนัก ๆ ตลอดทั้งวัน ก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะ Redmi Note 10 5G  รองรับชาร์จไวด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W โดยชาร์จจนเต็ม 0-100% ในเวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที  ไม่ว่าจะถ่ายรูป ฟังเพลงหรือเล่นเกม ก็พร้อมให้คุณใช้งานได้ตลอดเวลา

ประสิทธิภาพ

Redmi Note 10 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต ชิปเซ็ท MediaTek MT6833 Dimensity 700 5G บนสถาปัตยกกรม 7 นาโนเมตร ประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GH ผสานด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC2 และเทคโนโลยี MediaTek 5G UltraSave ที่จะเข้ามาช่วยในการจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน อาทิ  Gyroscope, Magnetic,  Accelerometer ในส่วนของภาครับสัญญาณ GPS พบว่ามีความเร็วและความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจมากๆ


มัลติมีเดียและความบันเทิง

Redmi Note 10 5G มาพร้อม FM แบบทศนิยมหนึ่งจุด ในส่วนของภาครับสัญญาณถือว่าคมชัดในระดีบน่าประทับใจ ส่วนฟีเจอร์ก็ให้มาอย่างครบถ้วน เช่นสามารถตั้งเวลาปิด, รองรับการบันทึกไว้ฟังในแบบออฟไลน์ภายหลังเป็นต้น

Music Player บน Redmi Note 10 5G จะมี UI ที่ดูเรียบง่ายสบายตา อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงกับแอป Youtube เพื่อฟังเพลงได้อีกทางหนึ่งด้วย ในด้านคุณภาพเสียง Redmi Note 10 5G มีเอฟเฟกต์เสียงทั้งในส่วนของการเลือกเสียงให้เข้ากับหูฟังที่ใช้งานและยังรองรับการปรับตั้งค่า EQ ได้ยืดหยุ่นและตรงใจผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับ Video Player บน Redmi Note 10 5G รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียด 4K ได้อย่างไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น

ทดสอบการเล่นเกม

Redmi Note 10 5G  มาพร้อมฟีเจอร์ Game Turbo ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงยังอำนวยความสะดวกช่วยให้การเล่นเกมเป็นไปยังราบลื่น

เริ่มต้นด้วย Asphalt 9 ที่ได้ปรับตั้งค่าการแสดงผลในระดับ “คุณภาพสูง” โดยในการทดสอบครั้งนี้ ไม่พบอาการแลค หรือหน่วงในขณะเล่นแต่อย่างใด แถมเมื่อเปิดโหมดแสดงผล 90Hz ก็ยิ่งให้ภาพที่สมูทยิ่งขึ้น ในภาพรวมถือว่าการเล่นเกม Asphalt 9 บน Redmi Note 10 5G มีความสมูทลื่นไหลในระดับที่น่าประทับใจ

ต่อกันด้วย PUBG เกม Tactical-FPS สามมิติเต็มรูปแบบ เบื้องต้นสามารถตั้งค่ากราฟิกได้ตั้งแต่ระดับ HD  พร้อมเลือกเฟรมเรทระดับสูง ซึ่งในการทดสอบจริง ทั้งการเคลื่อนไหว รวมถึงแอคชั่นต่าง ๆ ภายในเกมนั้นให้ความสมูทที่ดีมาก ๆ  เรียกว่าเล่นได้ไหลลื่น ไม่พบอาการหน่วงให้หัวร้อนอย่างแน่นอน

ปิดท้ายกันไปด้วย ROV อีกหนึ่งเกมฮิตของบ้านเรา โดยสามารถตั้งค่าภาพ HD ในระดับสูงมาก การแสดงผลในระดับสูง แต่ไม่สามารถเล่นในโหมดเฟรมเรทสูงได้ ในภาพรวมจากการทดสอบใช้งานจริง ไม่พบอาการหน่วงให้เห็น การันตีว่าสามารถตีป้อมได้แบบไหลลื่น ไม่มีอาการสะดุดให้หงุดหงิดใจอย่างแน่นอน 

อ่านต่อหน้า 3 

J.wasan
J.wasan

Founder and Web Editor นักเขียน บทความ & รีวิว สนใจด้าน IT และ ไลฟ์สไตล์