สสว. ผนึก ม.อ. เปิดโครงการ Thai SMEs New Opportunity Gateways พา SME ไทยจับคู่ธุรกิจ 4 เมืองจีน มี Alibaba Group ร่วมเป็นพันธมิตร
สสว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดรับ SME ไทยร่วมโครงการ Thai SMEs New Opportunity Gateways จับคู่เจรจาธุรกิจในหางโจว กวางโจว ฉงชิ่ง และเซินเจิ้น โดยมี Alibaba Group และดิจิลิ้งก์เป็นพันธมิตร สมัครได้ถึง 26 ตุลาคม 2569
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดโครงการ “Thai SMEs New Opportunity Gateways” เพื่อเชื่อมผู้ประกอบการ SME ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งเอเชีย อาเซียน ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยระยะแรกเริ่มที่ 4 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ หางโจว กวางโจว ฉงชิ่ง และเซินเจิ้น
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยว่า โครงการนี้มุ่งช่วยให้ SME ไทยเข้าถึงเครือข่ายพันธมิตร การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการขยายช่องทางตัวแทนจำหน่ายในตลาดจีน เพื่อเพิ่มโอกาสขยายธุรกิจและยกระดับสินค้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ
Alibaba Group และดิจิลิ้งก์ร่วมเป็นพันธมิตร
โครงการมีพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดจีน 2 ราย คือ บริษัท ดิจิลิ้งก์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการตลาดจีน และ Alibaba Group กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน โดยวางเป้าหมายให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ใน 3 ด้าน
- กลไกสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ประเทศไทยและสินค้าไทยในตลาดสากล
- โอกาสทางการค้าในตลาดเป้าหมายใหม่ ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและลดผลกระทบจากความผันผวนของนโยบายการค้าโลก
- เครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้า ตัวแทนจำหน่าย และผู้ซื้อรายสำคัญในจีน
4 เมือง 4 กลุ่มสินค้าเป้าหมาย
- หางโจว รับกลุ่มความงามและเวลเนสที่ผสานเทคโนโลยีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มไลฟ์สไตล์และสุขภาพ เช่น อาหารเสริม อาหารฟังก์ชัน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เสื้อผ้า เครื่องประดับ งานออกแบบ งานหัตถกรรม และอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงธุรกิจคอนเทนต์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น ครีเอเตอร์ KOL ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ซีรีส์ และ T-POP คัดเลือก 150 กิจการเดินทางร่วมกิจกรรม และอีก 55 กิจการส่งสินค้าร่วมจัดแสดง
- กวางโจว รับกลุ่มอาหารสำเร็จรูปและอาหารแช่แข็ง เช่น ขนมไทย เครื่องปรุง วัตถุดิบสำหรับร้านอาหาร และกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ เช่น ซูเปอร์ฟู้ด เครื่องดื่มฟังก์ชัน สมุนไพรไทย และผลิตภัณฑ์สปา คัดเลือก 150 กิจการเดินทางร่วมกิจกรรม และอีก 55 กิจการส่งสินค้าร่วมจัดแสดง
- ฉงชิ่ง รับกลุ่มสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุ อาหารเสริม การท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ สินค้าเชิงวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์เพื่อการผ่อนคลาย เช่น สปา อโรมา สมุนไพร และชาสมุนไพร คัดเลือก 100 กิจการเดินทางร่วมกิจกรรม และอีก 50 กิจการส่งสินค้าร่วมจัดแสดง
- เซินเจิ้น รับกลุ่มแฟชั่นและเครื่องประดับ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซอฟต์แวร์ เกม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไลฟ์สไตล์เทค รวมถึงครีเอเตอร์ ดิจิทัลคอนเทนต์ และทรัพย์สินทางปัญญา คัดเลือก 150 กิจการเดินทางร่วมกิจกรรม และอีก 40 กิจการส่งสินค้าร่วมจัดแสดง
เปิดรับสมัครถึง 26 ตุลาคม 2569
โครงการแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ
- เปิดรับสมัครผู้ประกอบการทั่วประเทศระหว่างวันที่ 1-26 ตุลาคม 2569 ผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ จากนั้นคัดเลือกผู้ที่ผ่านเกณฑ์เข้าสู่การอบรม
- ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก เพื่อเข้าแคมป์อบรมเชิงปฏิบัติการขั้นสูง 12 ชั่วโมง (2 วัน 1 คืน) ในวันที่ 30-31 ตุลาคม 2569
- ผู้ผ่านการคัดเลือกเดินทางร่วมกิจกรรม Roadshow และจับคู่เจรจาธุรกิจในจีน ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2569
เกณฑ์คัดเลือกพิจารณาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ความพร้อมของนิติบุคคลและผลิตภัณฑ์ มาตรฐานสินค้าและความพร้อมด้านการส่งออกตามกฎระเบียบของประเทศปลายทาง และความเป็นนวัตกรรมหรือศักยภาพของสินค้าในตลาดใหม่ที่เติบโตสูง เช่น เวลเนส สปา สมุนไพร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และบริการด้านสุขภาพ
โครงการตั้งเป้าสนับสนุน SME ไทยไม่น้อยกว่า 700 กิจการ แบ่งเป็นกลุ่ม Onsite ไม่น้อยกว่า 550 กิจการที่เดินทางไปร่วมงานในจีน และกลุ่ม Showcase ที่โครงการนำสินค้าไปจัดแสดงในพื้นที่พิเศษ พร้อม Tent Card ระบุข้อมูลสินค้าและ QR Code โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลและประสานคำสั่งซื้อกับผู้ซื้อในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม B2B Fair การจับคู่เจรจาธุรกิจ และการศึกษาดูงานภาคธุรกิจ เพื่อต่อยอดการค้าและสร้างเครือข่ายพันธมิตรอย่างเป็นรูปธรรม