TCC Technology แนะ 3 ปัจจัยเลือก Cloud Infrastructure รองรับ AI องค์กร

OPEN-TEC ภายใต้ TCC Technology Group เผยข้อมูลชี้สัดส่วนองค์กรที่นำ AI มาใช้งานเพิ่มเป็น 88% พร้อมแนะ 3 ปัจจัยหลักในการออกแบบ Cloud Infrastructure สำหรับรองรับการใช้งาน AI ระดับองค์กร

OPEN-TEC แพลตฟอร์มแบ่งปันความรู้ด้านเทคโนโลยี ภายใต้การดูแลของ TCC Technology Group เผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับการเลือก Cloud Infrastructure ที่เหมาะสมสำหรับรองรับการใช้งาน AI ในระดับองค์กร โดยอ้างอิงข้อมูลจาก McKinsey & Company ปี 2025 ที่ระบุว่า สัดส่วนองค์กรที่นำ AI มาใช้ในการทำงานเพิ่มขึ้นเป็น 88 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 77 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ระบุว่า ความท้าทายสำคัญขององค์กรในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การเลือกโมเดล AI ที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud ให้พร้อมรองรับการใช้งานจริง ทั้งในด้านปริมาณข้อมูล ความเร็วในการประมวลผล ความเสถียรของระบบ และต้นทุนที่ต้องบริหารควบคู่กัน

โครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับ AI

OPEN-TEC ระบุว่า ระบบ AI มีลักษณะการทำงานที่แตกต่างจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน ในอดีตองค์กรส่วนใหญ่ออกแบบระบบเพื่อรองรับงานธุรกรรม เช่น ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) หรือระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานที่คาดการณ์ได้ค่อนข้างชัดเจน

ขณะที่ AI ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมากภายในเวลาสั้น การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI จึงไม่ได้พิจารณาเพียงจำนวนเซิร์ฟเวอร์ แต่ต้องมองภาพรวมของพลังประมวลผล ระบบจัดเก็บข้อมูล เครือข่าย และความสามารถในการขยายระบบ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

3 ปัจจัยสำคัญในการออกแบบ Cloud Infrastructure สำหรับ AI

TCC Technology เสนอปัจจัยสำคัญ 3 ด้านที่องค์กรควรพิจารณาในการวางโครงสร้างพื้นฐาน Cloud สำหรับการใช้งาน AI ดังนี้

1. Scalability (ความสามารถในการขยายระบบ) — AI เป็นงานที่มีความต้องการทรัพยากรเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อองค์กรขยายจากการทดลองใช้งาน (Pilot) ไปสู่การใช้งานจริง หากระบบรองรับได้ไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อความเร็วในการประมวลผลและความต่อเนื่องของบริการ Cloud Infrastructure จึงควรสามารถขยายทรัพยากรได้อย่างยืดหยุ่นทั้งด้านประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และเครือข่าย

2. Performance (ประสิทธิภาพที่สอดคล้องกับลักษณะงาน) — AI แต่ละประเภทมีความต้องการด้านประสิทธิภาพต่างกัน งานวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Batch อาจยอมรับความหน่วงได้ระดับหนึ่ง ขณะที่ระบบ Recommendation, Fraud Detection หรือ AI Assistant มักต้องการการตอบสนองแบบใกล้เรียลไทม์ การออกแบบ Infrastructure จึงควรอิงจากลักษณะการใช้งานจริงมากกว่าพิจารณาเพียงขนาดของระบบ

3. Cost Visibility (การมองเห็นและควบคุมต้นทุน) — การวาง Cloud Infrastructure ควรคำนึงถึงการมองเห็นต้นทุนตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งการเลือกทรัพยากรให้เหมาะกับลักษณะงาน การจัดเก็บข้อมูลตามรูปแบบการใช้งาน และการติดตามค่าใช้จ่ายผ่านระบบบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

บทวิเคราะห์ยังอ้างอิงข้อมูลจาก Google Cloud ปี 2024 ที่ระบุว่า การวัดความสำเร็จของ AI ในระดับองค์กรควรครอบคลุมทั้งประสิทธิภาพของระบบ ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และผลลัพธ์ทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่า AI สามารถสร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้จริง

ไดอะแกรมประกอบแนวทางการออกแบบ Cloud Infrastructure สำหรับการใช้งาน AI ระดับองค์กร
ไดอะแกรมประกอบแนวทางการออกแบบ Cloud Infrastructure สำหรับการใช้งาน AI ระดับองค์กร

Cloud Model ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกองค์กร

บทวิเคราะห์ระบุ Cloud Model สำหรับ AI ไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่

  • Public Cloud เหมาะกับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ขยายทรัพยากรได้รวดเร็ว และเหมาะกับองค์กรที่ต้องการเริ่มใช้งาน AI อย่างรวดเร็ว
  • Private Cloud เหมาะกับงานที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว หรือ Compliance ที่ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีเกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญหรือมีข้อกำหนดด้านการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ
  • Hybrid Cloud เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในระดับองค์กร เนื่องจากช่วยให้เลือกวางระบบให้เหมาะกับลักษณะงานได้ เช่น ข้อมูลสำคัญอยู่บน Private Cloud ขณะที่งานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงทำงานบน Public Cloud เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความคล่องตัว การควบคุมระบบ และการบริหารต้นทุน

บริการ Cloud Infrastructure ของ TCC Technology

TCC Technology ระบุว่า การออกแบบ Cloud Infrastructure สำหรับ AI ไม่ใช่การเลือก Cloud รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่คือการออกแบบสถาปัตยกรรมให้เหมาะกับเป้าหมายทางธุรกิจ ลักษณะข้อมูล และรูปแบบการใช้งานของแต่ละองค์กร บริษัทมีบริการด้าน Cloud Infrastructure ครอบคลุม 3 รูปแบบ ได้แก่ Dedicated Cloud Server, Virtual Private Server และ Multi-cloud Solutions

Infrastructure ที่ดีต้องเชื่อมต่อ AI กับธุรกิจได้จริง

บทวิเคราะห์สรุปว่า Cloud Infrastructure ไม่ควรถูกแยกออกจากบริบทธุรกิจ เมื่อ AI เริ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ลูกค้า ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน หรือระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ระบบเบื้องหลังจำเป็นต้องทำงานร่วมกับข้อมูล ความปลอดภัย และกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง หลายองค์กรจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการออกแบบ Infrastructure ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ AI เชื่อมต่อกับระบบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงเพิ่มทรัพยากรด้านการประมวลผลเท่านั้น

OPEN-TEC ระบุปิดท้ายว่า การเลือก Cloud สำหรับ AI ไม่ใช่เรื่องของการใช้เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด แต่คือการเลือกรากฐานที่เหมาะกับลักษณะงาน ข้อมูล ความเสี่ยง และเป้าหมายขององค์กร เมื่อโครงสร้างพื้นฐานถูกออกแบบอย่างเหมาะสม องค์กรจะสามารถขยายจากการทดลองใช้งาน AI ไปสู่การใช้งานจริงที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: McKinsey & Company (2025), The state of AI in 2025: Agents, innovation, and transformation และ Google Cloud (2024), How to build an effective AI strategy

staff
staff