Yili จัดเวทีความยั่งยืนในการประชุมอุตสาหกรรมนมโลก 2026
Yili Group เป็นเจ้าภาพจัดเวที Sustainability Forum ในการประชุมอุตสาหกรรมนมโลก 2026 ที่เมืองฮูฮอต ประเทศจีน ประกาศแนวทาง Dual Footprint Approach เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและน้ำตลอดห่วงโซ่อุปทาน
Yili Group เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Sustainability Forum ภายในงาน World Dairy Industry Conference ประจำปี 2026 ที่เมืองฮูฮอต ประเทศจีน เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2026 ภายใต้แนวคิด "Connecting Industrial Value, Creating a Green Future" โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน ประกอบด้วยผู้บริหารองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำและตัวแทนสำคัญจากอุตสาหกรรมนมทั่วโลก
การจัดเวทีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่เมืองฮูฮอตได้รับการประกาศจากสหพันธ์อาหาร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (International Union of Food Science and Technology หรือ IUFoST) ให้เป็น "World Dairy Capital" เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2026 ยกระดับขึ้นจากสถานะ "Dairy Capital of China" ที่ฮูฮอตได้รับมาตั้งแต่ปี 2005
Pan Gang ตัวแทนเดียวจากอุตสาหกรรมนมในพิธีเปิด
Pan Gang ประธาน Yili Group เป็นตัวแทนเพียงรายเดียวจากอุตสาหกรรมนมโลกที่ได้ขึ้นกล่าวในพิธีเปิดงาน World Dairy Industry Conference ประจำปี 2026
แนวทาง Dual Footprint Approach
ในเวที Sustainability Forum Yili ได้นำเสนอแนวทาง Dual Footprint Approach ซึ่งมุ่งลดการปล่อยคาร์บอนและการใช้น้ำไปพร้อมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของอุตสาหกรรม
Yili ยังได้จัดตั้ง Zero Carbon Alliance และ Low Water Footprint Initiative Alliance เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมนม
ความร่วมมือกับ Tencent และ Lenovo
Yili ร่วมมือกับ Tencent, Lenovo และองค์กรอื่นเปิดตัว Sustainable Social Value Collaborative ซึ่งเป็นแนวทางที่บูรณาการคุณค่าทางสังคม พาณิชย์ และทุนเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ Yili ยังได้รับการยกเป็นกรณีศึกษาด้าน "นวัตกรรมการลดคาร์บอน" ใน Progress Report on Implementation of the 2030 Agenda for Sustainable Development (2025) ของประเทศจีน
มุมมองจากผู้แทน FAO
Dominik Wisser เจ้าหน้าที่นโยบายด้านปศุสัตว์อาวุโสจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุในเวทีดังกล่าวว่า อุตสาหกรรมนมมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการพัฒนาที่ไม่สม่ำเสมอในแต่ละภูมิภาค จึงจำเป็นต้องอาศัยความเป็นผู้นำจากบริษัทนมชั้นนำและความร่วมมือข้ามห่วงโซ่อุปทาน
Wisser กล่าวเพิ่มเติมว่า FAO จะสนับสนุนการแบ่งปันประสบการณ์และความร่วมมือทางเทคนิคระหว่างประเทศต่อไป