ทรู x คณะแพทย์ มธ. x รพ.ธรรมศาสตร์ฯ x เอ้ก ดิจิทัล ขับเคลื่อนสาธารณสุขไทยสู่ Healthcare AI ชูไฮไลต์ “Thammasat–True AI Health Innovation Hub”
เชื่อมองค์ความรู้-ข้อมูล-เทคโนโลยี ปั้นนวัตกรรมบริการทางการแพทย์ พร้อมอัปสกิล AI นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร
กรุงเทพฯ 7 สิงหาคม 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ เอ้ก ดิจิทัล บูรณาการองค์ความรู้ทางการแพทย์ เทคโนโลยี และดิจิทัลโซลูชัน ขับเคลื่อน Healthcare AI ให้เกิดขึ้นจริง พร้อมจัดตั้ง “Thammasat–True AI Health Innovation Hub” ศูนย์กลางความร่วมมือด้าน AI ทางการแพทย์ของประเทศไทย ครอบคลุมทั้งการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ร่วมกับข้อมูลสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการดูแลรักษา การบริหารจัดการ และพัฒนาคุณภาพบริการผู้ป่วยทุกมิติ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพด้าน AI และ ดิจิทัล เฮลท์ ของนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการออกแบบหลักสูตรร่วมกับ ทรู ดิจิทัล อคาเดมี ซึ่งจะช่วยยกระดับทักษะ AI ต่อยอดงานวิจัย และส่งเสริมนวัตกรรมจากการประยุกต์ใช้ AI ที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพของคนไทยได้อย่างแท้จริง
การลงนาม MOU ในครั้งนี้ ครอบคลุมความร่วมมือทางวิชาการด้านงานวิจัย การเรียนการสอน การพัฒนาบุคลากร และการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ เครื่องมือ และ อุปกรณ์และนวัตกรรมด้านอื่นๆ ภายใต้กรอบการดำเนินงาน AI, Data, and Intelligent Healthcare Transformation 6 มิติสำคัญ ประกอบด้วย 1) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน AI และ Digital Technology ทั้งกลุ่มอาจารย์ แพทย์ และบุคลากรทุกระดับของคณะแพทยศาสตร์ มธ. และ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ 2) การปูพื้นฐานด้าน AI และการจัดการระบบฐานข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) แก่นักศึกษาแพทย์ วางรากฐานสำคัญต่อการผลิตแพทย์แห่งอนาคต 3) การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม AI ทางการแพทย์ ผ่านการบูรณาการฐานข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับ เอ้ก ดิจิทัล เพื่อสร้างสรรค์ โมเดลคะแนนสุขภาพ (Health Score) และระบบ AI Clinical Intelligence สำหรับการวินิจฉัย การคัดกรอง การประเมินความเสี่ยง และสนับสนุนการตัดสินใจทางการแพทย์ 4) การจัดตั้ง Thammasat–True AI Health Innovation Hub ศูนย์กลางนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้ วิจัย พัฒนา และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ 5) การพัฒนาหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา สาขาเทคโนโลยีดิจิทัลทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มธ. ซึ่งเตรียมเปิดในปีการศึกษา 2570 และ 6) การนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้จริงและต่อยอดเชิงยั่งยืน ผ่านโครงการนำร่องเชิงปฏิบัติการและคลินิก ภายใต้กรอบกฎหมายและจริยธรรม
คุณศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Big Move สู่การเป็น AI-First Company ต่อยอดแนวคิด ‘AI for All Thais’ นำเทคโนโลยีมาสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่คนไทย เราเชื่อว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ Healthcare AI ต้องเริ่มจากการพัฒนาคน และ AI จะสร้างคุณค่าเมื่อทำงานร่วมกับองค์ความรู้ทางการแพทย์ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทรูพร้อมนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และโซลูชันอัจฉริยะที่ประยุกต์ใช้ AI และข้อมูลอย่างโปร่งใสและมีจริยธรรม มาบูรณาการกับระบบสาธารณสุข รวมถึงความเชี่ยวชาญของ ทรู ดิจิทัล อคาเดมี เพื่อร่วมออกแบบหลักสูตรและการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ สร้าง AI-Ready Workforce ทั้งนักศึกษารุ่นใหม่ อาจารย์ และบุคลากรทางการแพทย์ ให้มีทักษะดิจิทัลที่เข้มแข็ง และที่สำคัญ การร่วมจัดตั้ง “Thammasat–True AI Health Innovation Hub” ศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และโจทย์จริงจากโรงพยาบาล ที่จะเปลี่ยนงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงในระบบบริการสุขภาพ จะช่วยสร้างระบบนิเวศ AI ทางการแพทย์และยกระดับระบบสุขภาพไทยได้อย่างยั่งยืน”
รศ.พญ.อัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ปัจจุบัน AI และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงวงการแพทย์อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การเรียนการสอน การวิจัย การวินิจฉัยและรักษา ตลอดจนการบริหารจัดการระบบสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ มธ. ในฐานะโรงเรียนแพทย์ จึงให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพด้าน AI และ Digital Health ของนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ให้สามารถประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน การวิจัย และการดูแลผู้ป่วย ตลอดจนสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพของประเทศ ภายใต้หลักการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง มีวิจารณญาณ และยึดมั่นใจหลักจริยธรรมและความปลอดภัยของผู้ป่วย เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการบูรณาการองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์แห่งอนาคต สร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับบริการสุขภาพให้ตอบสนองความต้องการของคนไทยได้ดียิ่งขึ้น”
รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า “รพ.ธรรมศาสตร์ฯ มุ่งพัฒนาระบบบริการที่มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล AI และการใช้ข้อมูลสุขภาพมาสนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วย และพัฒนาระบบบริหารจัดการ เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพให้แพทย์และบุคลากรมีความเข้าใจ สามารถใช้ข้อมูลและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือในครั้งนี้จะเสริมสร้างทั้งองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของบุคลากร การจัดการข้อมูลและการสร้างโซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงการเชื่อมโยงบุคลากร ข้อมูล เทคโนโลยี การวิจัย และการบริการเข้าด้วยกัน ผ่านการจัดตั้ง Thammasat-True AI Health Innovation Hub จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับ Healthcare AI ของรพ.ธรรมศาสตร์ฯ ไปอีกขั้น นำไปสู่บริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ทันสมัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย ประชาชน และระบบสาธารณสุขไทย”
คุณทิพวัลย์ วงศ์ธรรมชาติ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Analytics AI and Consultation บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า “ในยุคที่ AI และ Data กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาระบบสาธารณสุข อนาคตของระบบ Healthcare จะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการเชื่อมโยง วิเคราะห์ และเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นอินไซท์ที่นำไปใช้ได้จริง เอ้ก ดิจิทัล พร้อมนำความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน Data Analytics และเทคโนโลยี AI ขั้นสูง ผสานรากฐานที่แข็งแกร่งด้านการแพทย์และการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ มธ. และ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เพื่อร่วมขับเคลื่อน Healthcare AI ผ่าน 2 แนวทางหลัก คือ การยกระดับโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) ด้วยนวัตกรรม Health Score ที่ประมวลผลข้อมูลสุขภาพแบบองค์รวม ช่วยให้ผู้ป่วยและแพทย์สามารถติดตาม วางแผน และดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างแม่นยำและเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการพัฒนาระบบ Health Dashboard ศูนย์กลางข้อมูลอัจฉริยะที่ช่วยให้แพทย์สามารถคาดการณ์แนวโน้มผู้ป่วยและบริหารจัดการทรัพยากรของโรงพยาบาลได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ และ การต่อยอดสู่การยกระดับมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ (Smart Campus) ผ่านการยกระดับ Research Lab and Modelling ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน Data และ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิจัย พร้อมผลักดัน AI for Productivity เพื่อเสริมศักยภาพด้านดิจิทัลให้คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นโมเดลต้นแบบของการประยุกต์ใช้ Data และ AI เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขและการศึกษาของประเทศอย่างยั่งยืน”