รีวิว Vivo V20 Pro 5G ดีไซน์สวย สเปคจัดเต็ม โดดเด่นด้วยกล้องหน้า 44MP Eye Autofocus Selfie !!!
ทดสอบกล้องหน้า/หลัง
User Interface หรือหน้าตาเมนูกล้อง ยังคงเหมือนเดิม โดยมุมขวาบนของเมนูกล้องจะแสดงไอคอนรูปม่านชัตเตอร์ ซึ่งตรงนี้จะเป็นเมนูทางลัดเพื่อเข้าถึงโหมด Ultra wide angle, Bokeh, และ Super macro
ส่วนด้านบนของเมนูจะเป็นไอคอนที่เข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ของกล้อง อาทิเช่น เปิด/ปิดการใช้งานแฟลช, โหมด HDR, Filter-Portrait light effect, อัตราส่วนของภาพ และการตั้งค่าโดยรวมของกล้อง
ไม่พลาดทุกความประทับใจด้วยกล้องหน้าความละเอียด 44 ล้านพิกเซล พร้อม Eye Autofocus
นอกจากนี้ระบบโฟกัสบน Vivo V20 Pro 5G ยังมาพร้อมความชาญฉลาด โดยสามารถโฟกัสทั้งดวงตา, ใบหน้า, ร่างกาย, ติดตามวัตถุ เรียกว่าใช้งานได้ไม่ต่างจากกล้องมือโปรเลยทีเดียว
ทดสอบกล้องหน้า
ทดสอบกล้องหน้าในโหมด Auto
มาพร้อมกล้องหน้าคู่สุดคมชัดความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมมองกว้าง Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
รองรับการถ่ายเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 105° สามารถถ่ายเซลฟี่แบบหมู่คณะโดยไม่ตกหล่นเพื่อน ๆ รวมถึงสามารถเก็บวิวทิวทัศน์อันสวยงามตระการตาให้กว้างกว่าที่เคย และด้วยความสามารถของ AI ที่ช่วยป้องกันภาพบิดเบี้ยวสำหรับถ่ายภาพบุคคลมุมกว้าง พร้อมปรับแต่งฉากให้เหมาะสมที่สุด จึงมั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแสงแบบไหน ก็จะได้ภาพที่สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน
โหมด Auto เปิดใช้เลนส์ Bokeh
โหมด Portrait
โหมด Portrait พร้อมเปิดใช้งานบิวตี้
Beauty Mode ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งในโหมดบิวตี้ได้อย่างยืดหยุ่น เช่นปรับให้ผิวขาวนวล ปรับสกินโทนของสีผิว ปรับให้ใบหน้าเรียวบาง, ปรับแต่งภาพรวมโครงสร้างใบหน้า, กราม, ปรับให้ดวงตากลมโต, ดวงตาเรียวยาว, ปรับแต่งรูปแบบของจมูกและริมฝีปากเป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้การถ่ายเซลฟี่เป็นเรื่องสนุก และให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจแก่ผู้ใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง
สำหรับรูปนี้ปรับให้ดวงตานางแบบดูกลมโตขึ้น เพื่อเปรียบเทียบให้่เห็นความแตกต่างจากภาพด้านบน
สำหรับโหมด Portrait จะมีไตล์ที่เลือกใช้งานได้ 9 รูปแบบ ประกอบไปด้วย Fresh / Texture / Holiday / Rococo / Gray /1980s / Kyoto cherry / Film / Tokyo Style ซึ่งให้ฟิลลิ่งคล้ายกับโปรไฟล์สี ที่มีให้ใช้งานบนกล้องระดับมืออาชีพของหลาย ๆ แบรนด์นั่นเอง
Fresh / Texture / Holiday
Rococo / Gray /1980s
Kyoto cherry / Film / Tokyo Style
Beauty Make Up
และในโหมด Beauty จะมี Make Up แบบสำเร็จรูปมาให้ใช้งาน 9 รูปแบบ โดยสามารถตั้งค่าเพิ่มเติม เช่นเปลี่ยนสีลิปสติก, คิ้ว, แกมหรือดวงตาได้อย่างยืดหยุ่นอีกด้วย
1. Make Up 2. Vitality 3. Teardrop diamond
4. Freckles 5. Fairy violet 6. Texture
4.Advanced 5.Orange 6.Western
ทดสอบโหมด Portrait + Bokeh effect ซึ่งการละลายฉากหลังทำได้ดีมาก โดยให้ความละมุนดูมีความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังเก็บรายละเอียดของเส้นขอบได้ค่อนข้างเนียนตาอีกด้วย
ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกการตั้งค่ารูรับแสงหรือค่า f ได้เองตั้งแต่ f/0.95 – 16 เพื่อกำหนดค่าความเบลอฉากหลังได้ตามที่ต้องการ
f/0.95 – f/1.4 – f/2.0
f/2.8 – f/4.0 – f/5.6
f/8.0 – f/11 – f/16
Effects Bokeh
ในโหมด Bokeh สามารถเลือกเอฟเฟกต์ของโบเก้ได้อีก 6 รูปแบบ
Default, Circle, Heart
Triangle, Stars, Pentagon
Portrait light effect
ฟีเจอร์ Portrait light effect จะช่วยเสริมให้การถ่ายภาพบุคคลมีความน่าตื่นตาตื่นใจ โดยจะให้ฟิลลิ่งที่แปลกใหม่โดยไม่ต้องพึงพาอุปกรณ์เสริม ตัวอัลกอริทึม AI ของ Vivo V20 Pro 5G จะปรับภาพใบหน้าสองมิติให้กลายเป็นสามมิติ และปรับแสงที่ใบหน้า ให้ภาพออกมามีความโดดเด่น ซึ่งเราสามารถเลือกเอฟเฟ็กต์ได้ทั้งแบบ 5 รูปแบบประกอบด้วย Studio light, Stereo light, Loop light, Rainbow light, และ Monochrome background
Default, Studio light, Stereo light
Loop light, Rainbow light, Monochrome background
และยังยังมีฟิลเตอร์มาให้ใช้งานอย่างจุใจถึง 19 รูปแบบ
AR Stickers
AR Stickers การใส่อีโมจิหรือสติ๊กเกอร์ 3D น่ารัก ๆ ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งลงไปในรูปถ่ายของเรา โดยรองรับการทำงานทั้งกล้องหน้าและหลัง สามารถบันทึกเป็นไฟล์ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ทั้งนี้โหมด AR Selfie สามารถที่จะดีเทคตรวจจับภาพใบหน้าได้มากกว่า 1 ใบหน้าพร้อมกัน ทำให้เมื่อเราถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน ๆ ตัวกล้องก็จะใส่ AR Stickers ให้เพื่อนที่อยู่ในเฟรมของเราด้วย
Super Night Selfie
โหมด Super Night Selfie จะช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืนได้อย่างคมชัด โดย AI Night Selfie และ Face Beauty ที่ช่วยปรับแสงสว่างให้กับใบหน้า พร้อมวิเคราะห์วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนได้อย่างชาญฉลาด ส่งผลให้ภาพมีความสว่าง คมชัด เก็บรายละเอียดได้ดี และมีสัญญาณรบกวนหรือ Noise ที่น้อยมาก ๆ
Auto & Super Night Selfie
Super Night Selfie + Beauty
และในโหมด Super Night Selfie ยังสามารถเปิดใช้งานบิวตี้ได้อีกด้วย
Selfie Softlight Band
Selfie Softlight Band เป็นฟีเจอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืนได้อย่างสวยงามคมชัด โดยให้อุณหภูมิสีที่สมบูรณ์แบบ และโทนสีผิวที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยปรับตามสภาพแสงรอบให้แบบอัตโนมัติ
Flash On
สำหรับฟีเจอร์ Selfie Softlight Band จะให้แสงที่นุ่มนวล ภาพดูมีมิติ และไม่สว่างจ้าจนเกินไป โดยใช้แสงสว่างจากหน้าจอแสดงผลทำหน้าที่เป็นแฟลช เพื่อช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยหรือในที่ไม่มีแสงได้อย่างสวยงามเสมือนถ่ายในสตูดิโอเลยทีเดียว
Video Selfie
นอกจากจะโดดเด่นด้านภาพนิ่งแล้ว ในส่วนของการถ่ายเซลฟี่รูปแบบวีดีโอ Vivo V20 Pro 5G ก็ทำได้ดี แถมยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่อัดแน่นอีกด้วย ทั้งการรองรับการถ่าย 4K Selfie Video, ระบบกันสั่น, โหมดบิวตี้, ฟังก์ชั่นการถ่ายวีดิโออัจฉริยะ 3D Sound Tracking, Dual-View Video เป็นต้น
ทดสอบการถ่ายวีดีโอ 4K Selfie Video
ทดสอบระบบกันสั่นในการถ่าย Selfie Video บน Vivo V20 Pro 5G
Video Selfie Beauty ทดสอบการถ่ายวีดีโอเซลฟีพร้อมเปิดใช้งานบิวตี้ บน Vivo V20 Pro 5G
ทดสอบการถ่ายเซลฟี่ Slow Motion 240 fps บน Vivo V20 Pro 5G
Dual view video (Picture-in-Picture )เพิ่มความสามารถในการสร้างสรรค์ของเป็นสองเท่า ด้วยการบันทึกกล้องหน้าและกล้องหลังในเวลาเดียวกัน
Dual view video
Art portrait Colorful
Art portrait Bokeh
ทดสอบกล้องหลัง
AI Triple Camera 64 ล้านพิกเซล
เก็บทุกความประทับใจด้วยกล้องหลังความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล
รูปนี้ทดสอบด้วยการ Crop ที่ 2000×1500 พิกเซล ตัวภาพก็ยังให้ดีเทลที่สามารถนำมาใช้งานได้ แต่หากเป็นกล้องที่มีความละเอียดต่ำ ก็จะสูญเสียรายละเอียดในภาพรวมออกไป จนไม่สามารถนำมาใช้งานได้เหมือนในภาพตัวอย่างนี้
Ultra wide angle (มุมกว้างพิเศษ)
ในโหมด Ultra-Wide จะให้มุมมองกว้างเป็นพิเศษถึง 120 องศา ช่วยให้เก็บองค์ประกอบของภาพได้มากยิ่งขึ้นแม้ในพื้นที่จำกัด ทำให้สามารถถ่ายวิวทิวทัศน์ในมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ต้องถอยไกล รวมถึงสามารถเก็บภาพถ่ายแบบหมู่คณะผองเพื่อนได้อย่างครบถ้วนไม่ตกหล่นอีกต่อไป
Normal mode
Ultra wide angle (มุมกว้างพิเศษ)
Normal mode
Ultra wide angle (มุมกว้างพิเศษ)
Zoom 2x
Zoom 10x
Vivo V20 Pro 5G รองรับการซูมแบบ Optical zoom 2x และ Digital zoom ได้สูงสุดที่ 10x
Macro mode
Super macro
สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้ถึง 2.5 ซม. ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่นภาพแมลง หรือวัตถุที่ต้องการเน้นความคมชัดและรายละเอียด ซึ่งเลนส์มาโครจะช่วยให้การถ่ายภาพนั้นสนุกและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน
Normal mode
Super macro
Super Night Mode
โหมด Normal
Super Night Mode
โหมด Normal
Super Night Mode + Tripod Night Mode
ในโหมด Super Night Mode ยังรอง Tripod Night Mode หรือโหมดขาตั้งกล้อง ที่จะช่วยเปิดการรับแสงได้นานขึ้น ทำให้ภาพกลางคืนมีความสว่างและคมชัดขึ้นไปอีกระดับ
สำหรับ Tripod Night Mode ต้องใช้งานร่วมกับขาตั้งกล้อง
AI Image Matting
ฟีเจอร์ AI Image Matting มาพร้อมความสามารถในการไดคัทได้แบบมืออาชีพ สามารถเบลอหรือลบบุคคลออกจากในภาพ สามารถย่อ ขยายและเคลื่อย้ายภาพบุลคล ไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ตามที่ต้องการ พร้อมทั้งเปลี่ยนพื้นหลังได้อย่างอิสระ เรียกว่าจบในตัวแอป ไม่ต้องเอามาไดคัทผ่าน PC แต่อย่างใด
ภาพต้นฉบับ
ใช้งาน AI Image Matting โดยลบภาพบุคคลออกพร้อมเปลี่ยนฉากหลังใหม่
จากภาพต้นฉบับ จะเห็นว่ามีบุคคลอื่นอยู่ในเฟรม ซึ่งเราสามารใช้ฟีเจอร์ AI Image Matting ลบบุคคลที่ไม่ต้องการออกไปได้ง่าย ๆ เพียงคลิ๊กเดียว
เปลี่ยนรูปถ่ายธรรมดาให้กลายเป็นภาพ Portrait พร้อมทั้งปรับแต่งฉากหลังหรือใส่เอฟเฟกต์เพิ่มความน่าตื่นตาตื่นใจได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว
รองรับการแก้ไขปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่น มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่อัดแน่นมาก ๆ สามารถเลือกแก้ไขได้ทั้งหมดของภาพ หรือเฉพาะบุคคลและภาพพื้นหลังได้แบบอิสระ
ภาพต้นฉบับ
เปลี่ยนรูปภาพพื้นหลังได้ง่าย ๆ จากแบบสำเร็จรูปที่มีมาให้ในตัวแอป หรือจะเลือกจากภาพถ่ายภายในเครื่องก็ได้เช่นกัน แถมยังสามารถย่อขยายจัดวางตำแหน่งภาพบุคคลได้อย่างอิสระอีกด้วย
สำหรับภาพถ่ายทีมีองค์ประกอบของท้องฟ้า ฟีเจอร์ AI Image Matting สามารถปรับแต่งสีและรูปแบบของท้องฟ้า รวมถึงสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับท้องฟ้าได้อีกด้วย
รูปต้นฉบับ
AI Image Matting เลือกเปลี่ยนเฉพาะสีของท้องฟ้า
AI Image Matting เปลี่ยนท้องฟ้าให้เป็นภาพเคลื่อนไหว
ทดสอบถ่ายภาพบุคคลด้วยกล้องหลัง
ระบบโฟกัสดวงตาสามารถใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง ซึ่งการที่มีระบบโฟกัสดวงตาจะยิ่งช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลได้ง่ายและให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ
ทดสอบถ่ายภาพบุคคลด้วยกล้องหลังในโหมด Auto
Portrait mode
Portrait mode
สำหรับโหมด Portrait ของกล้องหลัง จะมี Style มาให้ใช้งาน 9 รูปแบบ ประกอบไปด้วย
Natural, Vintage, Northland
Fashion, Sumer Party, Japanese Style
Monochrome, Silver salt, Wet
Portrait + Beauty
Portrait + Bokeh
โหมด Portrait สามารถปรับในส่วนของ Bokeh หรือค่ารูรับแสงได้เหมือนกล้องหน้า รวมถึงเลือกใช้เอฟเฟกต์ของโบเก้ได้อีก 6 รูปแบบ
Default, Circle, Heart
Triangle, Stars, Pentagon
Portrait light effect
สำหรับกล้องหลังมี Portrait light effect มาให้ใช้งานเหมือนกล้องหน้าเช่นกัน โดยประกอบไปด้วย Studio light, Stereo light, Loop light, Rainbow light, Monochrome background
และมีฟิลเตอร์มาให้ใช้งานอย่างจุใจถึง 19 รูปแบบเหมือนกล้องหน้าทุกประการ
AI Super Night
Vivo V20 Pro 5G มาพร้อม AI Super Night เวอร์ชั่นล่าสุด ทำให้ภาพถ่ายกลางคืนมีความสว่างเก็บดีเทลและลดน้อยส์หรือสัญญาณรบกวนได้ดียิ่งขึ้น
Auto & Night Mode
Night Mode
นอกจากนี้ ใน Night Mode ยังรองรับการถ่ายภาพมุมกว้าง และมี Style มาให้ใช้งานอีก 4 รูปแบบ ประกอบด้วย
Black& gold
Blue ice
Green orange
Cyberpunk
จากนี้ไปรับชมรูปจากกล้องหลังในสภาพแสงต่าง ๆ กันต่อครับ
สรุป Vivo V20 Pro 5G
หลังจากเปิดตัวเรือธง Vivo X50 Pro 5G ไปเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา การมาถึงของ Vivo V20 Pro 5G จึงเป็นการเข้ามาเติมเต็มให้กับ Target ตลาด Mid-range ของ Vivo อย่างสมบูรณ์ และเชื่อว่าแฟน ๆ ซีรีส์ V จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะ Vivo V20 Pro 5G ได้อัพเกรดขึ้นไปในอีกระดับ ทั้งเรื่องดีไซน์ที่มีความพรีเมี่ยม หน้าจอใหญ่ แสดงผลสวยงามคมชัดสมจริง กล้องหน้าเลนส์คู่ผสานกล้องหลังความละเอียดสูง พร้อมระบบโฟกัสดวงตาที่ช่วยให้ถ่ายเซลฟี่ได้สวยงามในทุกสภาพแสง ไม่ว่าจะเป็นในที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืน พร้อมขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Snapdragon 765G รองรับการใช้งาน 5G ได้เต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ทั้งการรับชมคอนเทนต์และการเล่นเกมที่มีกราฟิกหนัก ๆ ได้สบาย ๆ แถมเครื่องไม่ร้อนด้วยเทคโนโลยี ระบายความร้อนอัจฉริยะ เมื่อรวมกับแบตสุดอึดที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 33W Vivo FlashCharge 2.0 ส่งผลให้ Vivo V20 Pro 5G เป็นสมาร์ตโฟนระดับ Mid-range ที่มาพร้อมความครบครัน คุ้มค่า สามารถตอบทุกโจทย์การใช้งานได้อย่างแน่นอน
Vivo V20 pro 5G เปิดให้ Pre-Oder แล้วตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. – 29 ก.ย 63 ในราคาเพียง 14,999 บาท ที่ Vivo Brand Shop ทุกสาขา ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าจะได้รับฟรี ลำโพงบลูทูธมูลค่า 1,399 บาท และเครื่องดูดฝุ่นมูลค่า 1,999 บาท นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นจากทาง AIS และ TrueMove H กับราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 4,989 บาท