รีวิว Vivo V19 กล้องเซลฟี่คู่ 32MP หน้าจอ Ultra O Screen สุดคมชัด ผสานดีไซน์พรีเมี่ยม จัดเต็มด้วยกล้องหลัง AI 4 เลนส์ พร้อมแบตสุดอึดและชาร์จไว 33W !!!

ทดสอบกล้องหน้า/หลัง

User Interface หรือหน้าตาเมนูกล้อง ใช้เลย์เอาท์ใหม่เหมือนกับรุ่นพี่ Vivo V17 โดยมุมขวาบนของเมนูกล้องจะแสดงไอคอนรูปม่านชัตเตอร์ ซึ่งตรงนี้จะเป็นเมนูทางลัดเพื่อเข้าถึงโหมด Ultra wide angle, Bokeh, และ Super macro

ส่วนด้านบนของเมนูจะเป็นไอคอนที่เข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ของกล้อง อาทิเช่น เปิด/ปิดการใช้งานแฟลช, โหมด HDR, Filter-Portrait light effect, อัตราส่วนของภาพ และการตั้งค่าโดยรวมของกล้อง

ทดสอบภาพจากกล้องหน้า 

Vivo V19 มาพร้อมกล้องหน้าคู่สุดคมชัด 32 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Super Wide-Angle 8 ล้านพิกเซล
ถ่ายเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 105°  สามารถถ่ายเซลฟี่แบบหมู่คณะโดยไม่ตกหล่นเพื่อน ๆ รวมถึงสามารถเก็บวิวทิวทัศน์อันสวยงามตระการตาให้กว้างกว่าที่เคย และด้วยความสามารถของ AI ที่ช่วยป้องกันภาพบิดเบี้ยวสำหรับถ่ายภาพบุคคลมุมกว้าง พร้อมปรับแต่งฉากให้เหมาะสมที่สุด จึงมั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแสงแบบไหน ก็จะได้ภาพที่สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน

 

ทดสอบในโหมด Auto ที่ยังไม่ปรับแต่งใด ๆ

เมื่อเปิดใช้งาน AI Face Beauty ภาพที่ได้ดูสวยงามขึ้นแบบสัมผัสได้ เช่นสีของแก้มและลิปสติกเป็นต้น รวมไปถึงโครงสร้างของใบหน้าและสกินโทนที่ปรับแต่งให้มีความกระจ่างใสในแบบเป็นธรรมชาติ

สำหรับโหมด AI Face Beauty ตัวระบบ AI จะคำนวนความเหมาะสมให้เข้ากับใบหน้าของเราโดยอัตโนมัติ โดยภาพที่ถ่ายด้วยโหมด AI ค่อนข้างดูลงตัวเป็นธรรมชาติและใช้งานง่าย เพราะจะให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันในทุกสถานการณ์

Super Quadruple Beauty Mode ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งในโหมดบิวตี้ได้อย่างยืดหยุ่น เช่นปรับให้ผิวขาวนวล ปรับสกินโทนของสีผิว ปรับให้ใบหน้าเรียวบาง, ปรับแต่งภาพรวมโครงสร้างใบหน้า, กราม, ปรับให้ดวงตากลมโต, ดวงตาเรียวยาว, ปรับแต่งรูปแบบของจมูกและริมฝีปากเป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้การถ่ายเซลฟี่เป็นเรื่องสนุก และให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจแก่ผู้ใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง

สำหรับ portrait มาพร้อมโหมดใหม่ โดยสามารถเลือกสไตล์ได้ 3 รูปแบบ ประกอบไปด้วย ค่าเริ่มต้น / สดชื่น / ภาพยนต์  ซึ่งให้ฟิลลิ่งคล้ายกับโปรไฟล์สี ที่มีให้ใช้งานบนกล้องระดับมืออาชีพของหลาย ๆ แบรนด์นั่นเอง

โหมด portrait ค่าเริ่มต้น

โหมด portrait สดชื่น

โหมด portrait ภาพยนต์

Portrait light effect

กล้องหน้ามาพร้อม Filter และฟีเจอร์ Portrait light effect ที่ช่วยเสริมให้การถ่ายภาพบุคคลมีความน่าตื่นตาตื่นใจ โดยจะให้ฟิลลิ่งที่แปลกใหม่โดยไม่ต้องพึงพาอุปกรณ์เสริม ตัวอัลกอริทึม AI ของ Vivo V19 จะปรับภาพใบหน้าสองมิติให้กลายเป็นสามมิติ และปรับแสงที่ใบหน้า ให้ภาพออกมามีความโดดเด่น ซึ่งเราสามารถเลือกเอฟเฟ็กต์ได้ทั้งแบบ  Natural light, Studio light, Stereo light, Loop light, Rainbow light, และ Monochrome background

AR Stickers การใส่อีโมจิหรือสติ๊กเกอร์ 3D น่ารัก ๆ ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งลงไปในรูปถ่ายของเรา โดยรองรับการทำงานทั้งกล้องหน้าและหลัง สามารถบันทึกเป็นไฟล์ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ทั้งนี้โหมด AR Selfie สามารถที่จะดีเทคตรวจจับภาพใบหน้าได้มากกว่า 1 ใบหน้าพร้อมกัน ทำให้เมื่อเราถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน ๆ ตัวกล้องก็จะใส่ AR Stickers ให้เพื่อนที่อยู่ในเฟรมของเราด้วย

 

Super Night Selfie

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่เป็นจุดขายของ V19 ก็คือโหมด Super Night Selfie ที่ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยหรือเวลากลางได้อย่างคมชัด โดย AI Night Selfie และ Face Beauty สามารถวิเคราะห์วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนได้อย่างชาญฉลาด ส่งผลให้ภาพมีความสว่าง คมชัด เก็บรายละเอียดได้ดี และมีสัญญาณรบกวนหรือ Noise ที่น้อยมาก ๆ

รูปจากกล้องสมาร์ตโฟนแบรนด์หนึ่งในโหมด Auto

Super Night Selfie บน Vivo V19

รูปจากกล้องสมาร์ตโฟนรุ่นหนึ่ง ใช้งานโหมด Auto พร้อมเปิดไฟแฟลชจากหน้าจอแสดงผล

Selfie Softlight Band

นอกจากนี้ Vivo V19 ยังมีโหมด Selfie Softlight Band ที่ให้แสงนุ่มนวล ไม่สว่างจ้าจนเกินไป โดยใช้แสงสว่างจากหน้าจอแสดงผลเป็นแฟลช  เพื่อช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยหรือในที่ไม่มีแสง ได้อย่างสวยงามเสมือนถ่ายในสตูดิโอ

 

ทดสอบกล้องหลัง

ทดสอบกล้องหลังในโหมด Auto

Bokeh effect ซึ่งการละลายฉากหลังทำได้ดีมาก โดยให้ความละมุนดูมีความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังเก็บรายละเอียดของเส้นขอบได้ค่อนข้างดี

สำหรับกล้องหลังมี Portrait light effect มาให้ใช้งานเหมือนกล้องหน้า โดยประกอบไปด้วย Studio light, Stereo light, Loop light, Rainbow light, Monochrome background

 

Pose Master

ฟีเจอร์นี้มีหลักการทำงาน ด้วยการแสดงตัวอย่างไกด์ไลน์ในการแอคติ้ง หรือการโพสท่าทางนั่นเอง โดยจะมีเส้นประแสดงควบคู่กับภาพแอคติ้งตัวอย่าง ซึ่งผู้ใช้งานเพียงแค่ให้แบบแสดงท่าทางตามตัวอย่างและจัดองค์ประกอบให้แบบเข้าไปอยู่ในเส้นประ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ภาพถ่ายที่สวยโดนใจไม่แพ้การโพสท่าจากนางแบบ นายแบบมืออาชีพกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังอัพเกรดความสารมารถด้วยสไตล์ทีเพิ่มขึ้นมาอย่างหลากหลาย รองรับการถ่ายรูปคู่หรือหมู่คณะได้อีกด้วย

AI Makeup

เป็นฟีเจอร์ “แต่งสวยหลังถ่ายเสร็จ”  โดย AI Makeup มีโหมดที่ช่วยเปลี่ยนการแต่งหน้าเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ซึ่งมีทั้ง Style ที่เป็นการแต่งหน้าสำเร็จรูปให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ,

โหมดบิวตี้ ที่สามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้ยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุด เช่นปรับผิวนวลกระจ่างใส, ปรับโครงสร้างใบหน้า, ปรับให้ดวงตากลมโต, ริมฝีปากอิ่ม, จมูกเรียวโด่ง, คางเรียว เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถเติมเมคอัพเฉพาะส่วนได้ง่าย ๆ เช่นเติมสีลิปสติก บลัชออน และรูปแบบของคิ้ว

สุดท้ายคือฟีเจอร์ Slim ที่มีหลักการทำงานคล้าย ๆ กับ AI Body Shaping นั่นเอง โดยสามารถปรับแต่งรูปร่างให้ดูเพรียวบางสมส่วน เช่น ปรับในภาพรวมของรูปร่างหรือเฉพาะจุดที่ต้องการ เช่น ศีรษะ ไหล่ สะโพก ขา หรือเอวให้ดูเล็กลงได้เป็นต้น

 ทั้งนี้ AI Makeup สนับสนุนเฉพาะในอัลบั้ม โหมดกล้องไม่รองรับ

ภาพต้นฉบับ

ใช้งาน AI Makeup

ประโยชน์ของ AI Makeup จะช่วยให้การแต่งหน้าดูทันสมัยมากขึ้น และสวยงามที่สุดในสไตล์ที่เราชื่นชอบนั่นเอง

 

ระบบ AI บน V19 มีการอัพเดตความสามารถขึ้นไปอีกระดับ ก่อนหน้านั้นเราสามารถปรับแต่งใรูปถ่ายของเราด้วย AI Makeup ทั้งในส่วนของใบหน้าและรูปร่างได้อย่างอิสระ เช่นอยากให้ใบหน้าเรียว ตาโต ขายาวสูงเพรียวขึ้นเป็นต้น

ล่าสุดฟีเอจร์ AI Image Matting มาพร้อมความสามารถในการไดคัทได้แบบมืออาชีพ สามารถเบลอหรือลบบุคคลออกจากในภาพ สามารถย่อ ขยายและเคลื่อย้ายภาพบุลคล ไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ตามที่ต้องการ พร้อมทั้งเปลี่ยนพื้นหลังได้อย่างอิสระ เรียกว่าจบในตัวแอป ไม่ต้องเอามาไดคัดผ่าน PC แต่อย่างใด

และนอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เด็ด ๆ อีกมากมาย เช่น AI Video Filters, AI Video Editor, Ultra Stable Selfie Video, Art Portrait Video รอติดตามอ่านในรีวิวฉบับเจาะลึกกล้อง V19 ในเร็ว ๆ นี้ครับ

ภาพต้นฉบับ

ใช้งาน AI Image Matting

 

เก็บทุกความประทับใจด้วยกล้องหลังความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล

รูปนี้ทดสอบด้วยการ Crop 100% ที่ 2000×1500 พิกเซล ตัวภาพก็ยังสามารถนำมาใช้งานได้ แต่หากเป็นกล้องที่มีความละเอียดต่ำ ก็จะสูญเสียรายละเอียดในภาพรวมออกไป จนไม่สามารถนำมาใช้งานได้เหมือนในภาพตัวอย่างนี้

และอีกหนึ่งประโยชน์ของกล้องที่มีความละเอียดสูง ก็คือสามารถต่อยอดนำภาพไปใช้งานได้ยืดหยุ่น เช่นนำไปอัดขยายได้ภาพที่มีขนาดใหญ่และยังคงความคมชัดไว้ได้นั่นเอง

 

Normal mode

Ultra wide angle (มุมกว้างพิเศษ)

ในโหมด Ultra-Wide จะให้มุมมองกว้างเป็นพิเศษถึง 120 องศา ช่วยให้เก็บองค์ประกอบของภาพได้มากยิ่งขึ้นแม้ในพื้นที่จำกัด ทำให้สามารถถ่ายวิวทิวทัศน์ในมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ต้องถอยไกล  รวมถึงสามารถเก็บภาพถ่ายแบบหมู่คณะผองเพื่อนได้อย่างครบถ้วนไม่ตกหล่นอีกต่อไป

Zoom 2x

 

Super macro

Normal mode 

Super macro

สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้ถึง 4 ซม. ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่นภาพแมลง หรือวัตถุที่ต้องการเน้นความคมชัดและรายละเอียด ซึ่งเลนส์มาโครจะช่วยให้การถ่ายภาพนั้นสนุกและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน

 

Super Night Mode

โหมด Normal

Super Night Mode

Super Night Mode จะเป็นโหมดที่ใช้การถ่ายภาพซ้อนกันหลาย ๆ ภาพ จากสภาพแสงที่มีความแตกต่างกัน จากนั้นนำภาพที่ได้มารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือในที่แสงน้อย มีความสว่างและคมชัดโดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้อง

ซึ่ง Super Night Mode ไม่ได้ทำให้ภาพสว่างขึ้นมาเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยดึงดีเทลรายละเอียดของภาพกลับมาอีกทางหนึ่งด้วย สามารถดูการเปรียบเทียบได้จากภาพตัวอย่าง โดย

ภาพด้านล่างเมื่อเมื่อเปิดใช้ AI Night Mode แล้ว ภาพจะดูสว่างขึ้นและเพิ่มรายละเอียดในส่วนที่ขาดหายไปจากภาพด้านบน

สรุป Vivo V19 

สมการรอคอยของแฟน ๆ ซีรีส์ V อย่างแท้จริง โดยเฉพาะถ้าหากเคยประทับใจกับ Vivo V17 มาก่อน เชื่อว่าจะตกหลุมรัก Vivo V19 ยิ่งกว่า เพราะนี่คือการอัพเกรดในแบบรอบด้าน ทั้งเรื่องดีไซน์ที่พรีเมี่ยมขึ้น หน้าจอใหญ่ แสดงผลสวยงามคมชัดสมจริง กล้องหน้าเลนส์คู่ผสานกล้องหลังสี่เลนส์ ถ่ายเซลฟี่ได้สวยงามในทุกสภาพแสง ไม่ว่าจะเป็นในที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืน พร้อมขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Snapdragon 712 รองรับการใช้งานได้เต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ทั้งการรับชมคอนเทนต์และการเล่นเกมที่มีกราฟิกหนัก ๆ ได้สบาย ๆ แถมเครื่องไม่ร้อนด้วยเทคโนโลยี ระบายความร้อนอัจฉริยะ เมื่อรวมกับแบตสุดอึดที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 33W Vivo FlashCharge 2.0 ส่งผลให้ Vivo V19 เป็นสมาร์ตโฟนระดับ Mid-range ที่มาพร้อมความครบครัน คุ้มค่า สามารถตอบทุกโจทย์การใช้งานได้อย่างแน่นอน

 

Vivo V19

Vivo V19  วางจำหน่ายแล้วในราคา 12,999  บาท  โดยมีให้เลือกถึง 2 สีด้วยกัน ได้แก่  Gleam Black ( สีดำ) , Sleek Silver (สีเงิน) พร้อมรับของสมนาคุณ Wireless Earbuds (มูลค่า 1,699 บาท), Duffle Bag (มูลค่า 1,399 บาท) 

ท่านใดที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ตัวแทนจัดจำหน่าย สมาร์ทโฟนชั้นนำทั่วประเทศ   และสามารถซื้อออนไลน์ได้ที่ Lazada https://bit.ly/35qrE0w  และ Shopee https://bit.ly/2Skgh4Y  โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ทาง  www.vivo.com 

J.wasan
J.wasan

Founder and Web Editor นักเขียน บทความ & รีวิว สนใจด้าน IT และ ไลฟ์สไตล์