รีวิว vivo V29 5G สุดยอดสมาร์ตโฟนในด้านการถ่ายภาพบุคคล โดดเด่นด้วย ออร่าพอร์ตเทรต พิเศษทุกความรู้สึก !!!

ด้านการถ่ายภาพ

ไม่พลาดทุกความประทับใจด้วยกล้องหน้าความละเอียด 50MP พร้อมฟีเจอร์ที่มาพร้อมการอัปเกรดแบบอัดแน่น ด้วยกล้องที่มีมุมกว้าง 92 ° และกันสั่น EIS ที่ช่วยลดการสั่นไหว พร้อมออโต้โฟกัส (AF) และ Eye Autofocus ที่ล็อกโฟกัสใบหน้าได้อย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะถ่ายระยะใกล้หรือไกลแค่ไหน ก็สามารถถ่ายภาพได้อย่างคมชัด ไม่หลุดโฟกัส ให้ความสวยงามเป็นธรรมชาติ และแม้จะเป็นการเซลฟี่แบบกลุ่มก็สามารถถ่ายทอดความเป็นตัวตนและธรรมชาติของแต่ละคนได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

 

Auto Mode

กล้องหน้าคมชัดด้วยความละเอียดสูงถึง 50MP แม้จะซูมเข้าไปดู ก็ยังเห็นรายละเอียดบนใบหน้าได้อย่างครบถ้วน พร้อมครอบตัด แก้ไข และสร้างภาพเซลฟี่แบบโปสเตอร์ได้อย่างง่ายดาย จะเซลฟี่มุมไหนก็ไม่เบลอ ด้วยกล้องที่คมชัดพร้อมทั้งระบบโฟกัสอัตโนมัติ (AF) และ Eye Autofocus 

Portrait Mode

ทดสอบโหมด Portrait ในสภาพแสงภายในอาคาร

ในโหมด Portrait ผู้ใช้งานสามารถเลือกการตั้งค่ารูรับแสงหรือค่า f ได้เองตั้งแต่ f/0.95 – 16 เพื่อกำหนดค่าความเบลอฉากหลังได้ตามที่ต้องการ 

ทดสอบโหมด Portrait ในสภาพแสง Outdoor

ทดสอบโหมด Portrait Bokeh effect ซึ่งการละลายฉากหลังทำได้ดีมาก โดยให้ความละมุนดูมีความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังเก็บรายละเอียดของเส้นขอบได้ค่อนข้างเนียนตาอีกด้วย

vivo V29 5G มาพร้อมกล้องหน้าที่สามารถถ่ายเซลฟี่ได้กว้าง 92° เก็บทุกรอยยิ้มที่พิเศษในทุกการเดินทางร่วมกันเพื่อน ๆ ด้วยเซลฟี่แบบเป็นกลุ่ม มอบความความประทับใจในการถ่ายเซลฟี่โดยไม่ตกหล่นเพื่อนร่วมเฟรมอีกต่อไป 

และ vivo V29 5G ยังมาพร้อม โหมดเซลฟี่ Zoom 2X เพื่อเน้นรายละเอียดดีเทลของใบหน้า สามารถนำไปใช้งานในรูปแบบของภาพโปรไฟล์ หรือจะนำไปใช้งานในลักษณะภาพโปสเตอร์ก็ถือว่าโดดเด่นไม่แพ้กัน

AI Face Beauty

Classic & Nature 

สำหรับโหมด AI Face Beauty ใน Portrait Mode จะมี 2 โหมดสำเร็จรูปหลัก ได้แก่โหมดธรรมชาติและคลาสสิก โดยโหมดธรรมชาติจะให้สกินโทนที่เน้นความสมจริงดูเป็นธรรมชาติ ส่วนโหมดคลาสสิกตัวระบบ AI จะคำนวณความเหมาะสมให้เข้ากับใบหน้าของเราโดยอัตโนมัติ ซึ่งทั้งสองโหมดสามารถตอบโจทย์สำหรับสีผิวและความชื่นชอบที่แตกต่างกันไปของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว

ทั้งนี้ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งในโหมดบิวตี้ได้อย่างยืดหยุ่น เช่นปรับให้ผิวขาวนวล ปรับสกินโทนของสีผิว ปรับให้ใบหน้าเรียวบาง, ปรับแต่งภาพรวมโครงสร้างใบหน้า, กราม, ปรับให้ดวงตากลมโต, ดวงตาเรียวยาว, ปรับแต่งรูปแบบของจมูกและริมฝีปากเป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้การถ่ายเซลฟี่เป็นเรื่องสนุก และให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจแก่ผู้ใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง

และในโหมด Beauty จะมี Make Up แบบสำเร็จรูปมาให้ใช้งาน 9 รูปแบบ โดยสามารถตั้งค่าเพิ่มเติม เช่นเปลี่ยนสีลิปสติก, คิ้ว, แก้มหรือดวงตาได้อย่างยืดหยุ่นอีกด้วย 

Multi-Style Portrait

สำหรับโหมด Multi-Style Portrait จะมีสไตล์ที่ให้เลือกใช้งานได้ถึง 16 รูปแบบ ซึ่งให้ฟิลลิ่งคล้ายกับโปรไฟล์สี ที่มีให้ใช้งานบนกล้องระดับมืออาชีพของหลาย ๆ แบรนด์นั่นเอง

และมีฟิลเตอร์มาให้ใช้งานอย่าจุใจถึง 10 รูปแบบ 

Posture

ฟีเจอร์นี้มีหลักการทำงาน ด้วยการแสดงตัวอย่างไกด์ไลน์ในการแอคติ้ง หรือการโพสท่าทางนั่นเอง โดยจะมีเส้นประแสดงควบคู่กับภาพแอคติ้งตัวอย่าง ซึ่งผู้ใช้งานเพียงแค่ให้แบบแสดงท่าทางตามตัวอย่างและจัดองค์ประกอบให้แบบเข้าไปอยู่ในเส้นประ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ภาพถ่ายที่สวยโดนใจไม่แพ้การโพสท่าจากนางแบบ นายแบบมืออาชีพกันเลยทีเดียว 

ฟีเจอร์ Pose Master สามารถใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง

Selfie Softlight Band

เปิดใช้งาน Selfie Softlight Band

สำหรับฟีเจอร์ Selfie Softlight Band จะให้แสงที่นุ่มนวล ภาพดูมีมิติ และไม่สว่างจ้าจนเกินไป โดยใช้แสงสว่างจากหน้าจอแสดงผลทำหน้าที่เป็นแฟลช  เพื่อช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยหรือในที่ไม่มีแสงได้อย่างสวยงามเสมือนถ่ายในสตูดิโอเลยทีเดียว

สำหรับกล้องหน้าของ vivo V29 5G มีการอัปเกรดให้รองรับแสงแสงออร่า 2.0 ที่สามารถปรับอุณหภูมิสีจากไฟแฟลชของหน้าจอแสดงผลได้ทั้งแบบโทนอุ่นและโทนเย็น ซึ่งจากภาพตัวอย่างจะเห็นได้ว่าภาพทางซ้ายมือได้มีการปรับแสงแฟลชไปในทางโทนเย็น ส่วนทางด้านขวามือจะปรับให้เป็นโทนอุ่นซึ่งจะเห็นถึงความแตกต่างของทั้งสองภาพ ไม่ว่าจะเป็นสกินโทนหรือสีของเสื้อผ้าก็ตาม

Super Night Selfie

  

โหมด Super Night Selfie จะช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืนได้อย่างคมชัด โดย AI Night Selfie และ Face Beauty สามารถวิเคราะห์วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนได้อย่างชาญฉลาด ส่งผลให้ภาพมีความสว่าง คมชัด เก็บรายละเอียดได้ดี และมีสัญญาณรบกวนหรือ Noise ที่น้อยมาก

และเมื่อเปิดใช้งาน Selfie Softlight Band ร่วมกับ Super Night Selfie ก็จะขับเน้นตัวแบบให้ดูเด่นยิ่งขึ้น 

ทดสอบกล้องหลัง

กล้องหลัง: 3 เลนส์ AI Triple Camera  

  • เลนส์หลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.88 พร้อมระบบกันสั่น OIS
  • เลนส์ Wide-angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2
  • เลนส์ Monochrome ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4
  • แฟลช กล้องหลังแสงออร่า (โหมดพอร์ตเทรต)

เก็บทุกความประทับใจด้วยกล้องหลังความละเอียดสูงถึง 50MP ให้ภาพที่ความละเอียด  6120 x 8160 พิกเซล จะขยายหรือนำไป Crop ก็ให้คุณภาพที่สามารถต่อยอดการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น 

และในโหมดความละเอียดสูงยังสามารถนำมา Crop เพื่อใช้งานในลักษณะของ Macro ได้อีกด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายในระยะต่าง ๆ 

ระยะปกติ

Ultra wide angle

Zoom 2x

vivo V29 5G รองรับการซูมแบบ Optical zoom 2x และ Digital zoom ได้สูงสุดที่ 20x

Ultra wide angle (มุมกว้างพิเศษ)

ในโหมด Ultra-Wide จะให้มุมมองกว้างเป็นพิเศษถึง 120 องศา ช่วยให้เก็บองค์ประกอบของภาพได้มากยิ่งขึ้นแม้ในพื้นที่จำกัด ทำให้สามารถถ่ายวิวทิวทัศน์ในมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ต้องถอยไกล  รวมถึงสามารถเก็บภาพถ่ายแบบหมู่คณะผองเพื่อนได้อย่างครบถ้วนไม่ตกหล่นอีกต่อไป

Super Night Mode

เปิดใช้งาน Super Night Mode

vivo V29 5G ติดตั้งอัลกอริธึมการถ่ายภาพกลางคืนของกล้องด้านหลังโดยใช้วิธีการลดสัญญาณรบกวนโดเมน RAW ที่อัปเกรดแล้ว ซึ่งสามารถรวบรวมรูปหลายเฟรมเป็นรูปเดียวเพื่อให้ได้ภาพที่มีความคมชัดสูง สัมผัสถึงความทรงจำภาพถ่ายกลางคืนอันแสนยอดเยี่ยม

ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกสรรโหมด Stylish Night Filters ซึ่งออกแบบโดยช่างภาพมืออาชีพโดยเฉพาะสำหรับ vivo ถ่ายภาพกลางคืนได้แบบฉบับมืออาชีพ และ Super Night Mode บน vivo V29 5G ยังรองรับการถ่ายภาพมุมกว้าง Ultra wide angle และ zoom ได้ที่ 2x

Ultra wide angle (มุมกว้างพิเศษ)

zoom 2x

ใน Super Night Mode ยังมี Style มาให้ใช้งานอีก 9 รูปแบบ ประกอบด้วย Black & gold, Cyberpunk, Dreamy spotlight, Textured black & white, Blue ice, Green orange, Dark red, Blue orange, Silver orange

Food mode

vivo V29 5G มาพร้อม Food mode ที่ทำงานร่วมกับแสงออร่า 2.0 ซึ่งจะให้สีที่ดูสดใส มีชีวิตชีวา และน่ากินยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรองรับการซูมที่ 2x จึงช่วยขับเน้นรายละเอียดที่น่าสนใจของอาหารให้โดดเด่นขึ้นมาได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้วสัมผัส 

โหมด Auto เปรียบเทียบกับการใช้โหมดอาหาร 

โหมด Auto 
จะเห็นได้ว่าในสภาพแสงจากหลอดไฟฮาโลเจน ในภาพรวมสีสันของอาหารและภาชนะจะติดโทนอุ่น ออกเป็นโทนสีเหลืองอ่อน ๆ 

เมื่อเปิดใช้งานโหมดอาหาร ตัวแสงออร่า 2.0 จะช่วยให้สีสันของอาหารและภาชนะมีความสมจริง ดูมีมิติและน่ากินยิ่งขึ้น

และเมื่อใช้งานโหมดซูมที่ 2x ก็สามารถขับเน้นดีเทลที่น่าสนใจของตัวอาหารให้ออกมาโดดเด่นยิ่งขึ้น

ตัวอย่างภาพถ่ายในสภาพแสงต่าง ๆ 

ทดสอบถ่ายภาพบุคคลด้วยกล้องหลัง

สำหรับกล้องหลังมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่อัดแน่นไม่แพ้กล้องหน้า ทั้ง Super HDR, Portrait Bokeh, Face Beauty, Multi-Style Portrait และยังมีระบบกันสั่น OIS มาให้ใช้งานอีกด้วย 

Auto mode

Portrait ระยะ Normal

Portrait ระยะ 2x

ในโหมด Portrait จะรองรับการถ่ายที่ระยะ Normal และ 2x โดยที่ระยะ 2x จะให้ฟิลลิ่งคล้าย ๆ กับระยะ 50mm บนกล้อง DSLR ซึ่งเป็นระยะยอดนิยมในการถ่ายภาพบุคคลนั่นเอง การที่ vivo V29 5G สามารถถ่าย Portrait ในระยะ 2x  จึงมีความยืดหยุ่นและให้ความรู้สึกเสมือนถ่ายด้วยกล้องมืออาชีพอีกด้วย 

ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกการตั้งค่ารูรับแสงหรือค่า f ได้เองตั้งแต่ f/0.95 – 16 เพื่อกำหนดค่าความเบลอฉากหลังได้ตามที่ต้องการ

Face Beauty

ในส่วนของกล้องหลังมี Natural Portrait มาให้ใช้งานเช่นกัน 

Bokeh Flare Portrait

Default

Hearts, Stars

Butterfly, Cherry Blossom

ในโหมด Portrait บน vivo V29 5G ผู้ใช้งานสามารถเลือกเอฟเฟกต์โบเก้แบบแฟลร์ที่สวยงามด้วยอัลกอริทึมพอร์ตเทรตได้ถึง 5 รูปแบบ ซึ่งจะช่วยไฮไลต์วัตถุในภาพอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมสร้างความโดดเด่นของตัวโบเก้ที่มีกิมมิคในหลากหลายสไตล์

Portrait Style

โหมด Portrait ของกล้องหลัง มี Style มาให้ใช้งาน 7 รูปแบบ 

และมีฟิลเตอร์มาให้ใช้งานเหมือนกล้องหน้าทุกประการ

Aura Light Portrait 2.0

vivo V29 5G มาพร้อมการอัปเกรด Aura Light Portrait 2.0 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า vivo V29 5G มีวงแหวนออร่าขนาดใหญ่ขึ้น ให้ความสว่างได้มากขึ้น โดยแสงที่ออกมาจะกว้างกว่าเดิมถึง 9 เท่า และให้แสงสว่างเพิ่มขึ้นถึง 36%

ออร่าพอร์ตเทรต พิเศษทุกความรู้สึก กับแสงออร่า 2.0 ที่ปรับแสงออร่าอัตโนมัติตามแสงบรรยากาศโดยรอบ

Smart Color Temperature Adjustment ระบบปรับอุณหภูมิแสงอัจฉริยะที่ทำงานในโหมดอัตโนมัติ ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแสงออร่าให้เป็นโทนเย็นและโทนอุ่นได้หลายระดับตามความต้องการ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแสงในขณะนั้น

สำหรับวิธีเปิดใช้งาน Aura Light Portrait 2.0 แบบกำหนดค่าเอง ให้แตะที่สัญลักษณ์รูปแฟลชที่ด้านบนมุมซ้ายของจอแสดงผล
หลังจากนั้นจะมีแถบเมนูในการเปิด/ปิดใช้งาน Aura Light Portrait 2.0 แสดงผลขึ้นมา ถัดลงมาด้านล่าง จะมีบาร์ที่ใช้ในการกำหนดรูปแบบของแสง โดยค่าเริ่มต้นจะเป็นแบบอัตโนมัติ ถ้าต้องการตั้งค่าเองให้แตะที่สัญลักษณ์รูปตัว A จากนั้นจะสามารถเลื่อนแถบบาร์ไปทางขวาเพื่อปรับเป็นอุณหภูมิเย็น และปรับมาซ้ายจะเป็นการเลือกอุณหภูมิอุ่น

ส่วนในสภาพแสงที่มีความหลากหลาย ตัว AI ก็จะคำนวนให้อย่างชาญฉลาด โดยบางครั้งจะเลือกอุณหภูมิแบบ Natural ที่อยู่ตรงกลางระหว่างโทนเย็นและโทนอุ่น ซึ่งบางครั้งจะเป็นไฟสีขาวที่ไม่สว่างจนเกินไป หรือบางครั้งก็จะเป็นไฟสีส้มอ่อน ๆ แต่ถ้าเป็นบรรยากาศในสภาพแสงที่มีโทนอุ่นมาก ๆ ไฟ Aura Light Portrait 2.0 ก็จะเป็นสีส้มเข้ม ซึ่งโทนแสงสีส้ม จะช่วยทำให้ใบหน้าและโทนสีผิวดูเป็นธรรมชาติไม่หลอกตา

vivo V29 5G เก็บทุกช่วงเวลายามค่ำคืนได้อย่างมีชีวิตชีวา เพิ่มความสว่างและความละมุนอย่างธรรมชาติในทุกมุมมอง ซึ่งจะเห็นได้ว่า Aura Light Portrait 2.0 มีการทำงานที่ชาญฉลาด โดยเมื่อตรวจจับบรรยากาศแสงโดยรอบแล้ว ตัวแฟลชด้านหลังจะทำงานร่วมกับอัลกอรึทึ่มของกล้อง พร้อมประมวลผลความเหมาะสมในการถ่ายภาพบุคคลที่ให้ความเป็นธรรมชาติ ดูสมจริงมีมิติ และไม่สว่างจ้าจนเกินไปแม้จะถ่ายในระยะใกล้ ๆ ก็ตาม

ทดสอบการใช้งาน Aura Light Portrait 2.0 ในโหมดอัตโนมัติ เราจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน โดยรูปทางซ้ายจะปิดการใช้งานแสงออร่า ส่วนรูปทางขวาจะเปิดใช้งานแสงออร่า โดยตัว AI ตรวจจับบรรยากาศของโทนแสงสีน้ำเงิน และทำการปรับให้เป็นแสงโทนเย็นตามแสงบรรยากาศ ซึ่งจะช่วยทำให้ใบหน้าสว่างขึ้น มีความละมุน พร้อมคืนความสดใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับแสงโทนอุ่นจากหลอดไฟไฟทังสเตน หรือไฟที่ให้แสงสีส้ม ระบบ Aura Light Portrait 2.0 จะปรับแสงออร่าเป็นโทนอุ่น เพื่อถ่ายภาพพอร์ตเทรตในบรรยากาศที่มีแสงสลัวในแบบโทนอุ่น ซึ่งโทนแสงสีส้ม จะช่วยทำให้ใบหน้าและโทนสีผิวดูเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับค่าแสงแบบกำหนดค่าเองได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อให้ได้สกินโทนที่แตกต่างจากโหมดอัตโนมัติ ซึ่งจะได้โทนสีผิวในรูปแบบที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานได้มากที่สุด

 

ในสภาพแสงที่ค่อนข้างคงที่ อย่างแสงไฟจากหลอด LED หรือ ฟลูออเรสเซนต์ โดยไม่มีแสงอันหลากหลายมาผสมปนกัน ในภาพรวมจะให้โทนที่เป็นสีขาว หรือจะบอกว่าเป็น Scene city ที่พบเจอกันได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตัว Aura Light Portrait 2.0 จะให้แสงแบบ Natural ที่อยู่ตรงกลางระหว่างโทนเย็นและโทนอุ่น โดยจากรูปชุดนี้จะเห็นได้ว่า ตัวแบบจะไม่สว่างจ้า หรือติดโทนแดง แต่จะให้ความสมจริง ดูละมุนและเป็นธรรมชาติไม่หลอกตา

นอกจากปัญหา White Balance ที่ส่งผลให้สีสันดูผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง อีกหนึ่งปัญหาก็คือ ambient light รวมถึงการสะท้อนของแสงจากวัตถุไปยังตัวแบบ โดยรูปทางซ้ายมือสีเหลืองของวัตถุจะสะท้อนลงมายังตัวแบบ ทำให้เกิดสีเพี้ยน

แต่จากรูปทางขวาที่ถ่ายด้วย vivo V29 5G พร้อมเปิดใช้งาน “Aura Light Portrait 2.0” จะให้สีสันที่ดูเป็นธรรมชาติและสมจริงกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน

เราอาจจะคุ้นกับคำว่าถ่ายภาพย้อนแสง โดยภาพจำก็คือการถ่ายภาพที่มีดวงอาทิตย์อยู่ข้างหลัง ซึ่งจะให้ภาพที่ดรอปลงและไม่เห็นรายละเอียด หรือพูดง่าย ๆ ถ้าถ่ายพอร์ตเทรตก็คือหน้าดำนั่นเอง แต่เชื่อไหม ในช่วงเวลากลางคืนเราก็สามารถเจอกับการถ่ายภาพย้อนแสงได้เช่นกัน ยกตัวอย่างภาพจากเซ็ตนี้ ตัว Background จะมีการใช้ไฟที่เยอะมาก ๆ เมื่อเราเข้าไปถ่ายใกล้ ๆ จะทำให้เกิดสภาวะย้อนแสงทันที จึงเห็นได้ว่า “Aura Light Portrait 2.0” สามารถแก้ปัญหาจากการถ่ายภาพพอร์ตเทรตยามค่ำคืนได้ในทุก ๆ สถานการณ์อย่างแท้จริง

ปัญหาการถ่ายภาพในที่แสงน้อยมาก ๆ หรือในที่มืด สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ noise หรือสัญญาณรบกวนในภาพ ที่ทำให้ภาพดูดรอปทั้งในส่วนของรายละเอียดความคมชัดและความสว่าง ซึ่งในโหมดพอร์ตเทรตบนสมาร์ตโฟนเราจะไม่สามารถตั้งค่า ISO ได้เหมือนบนกล้องจริง ๆ

มาถึงตรงนี้เราจะเห็นได้ว่า “Aura Light Portrait 2.0” ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพบุคคลในยามค่ำคืนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะแสงน้อยแค่ไหน vivo V29 5G ก็สามารถถ่ายพอร์ตเทรตได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการสร้างมิติของภาพ ดึงดีเทลที่ขาดหายให้กลับมา พร้อมมอบความสมดุลสมจริงให้กับภาพบุคคลที่ไม่สามารถพบเจอได้บนสมาร์ตโฟนทั่ว ๆ ไป

บทสรุป

vivo V29 5G ยกระดับการถ่ายภาพ Portrait ขึ้นไปอีกขึ้น ด้วยการอัปเกรด Aura Light Portrait 2.0 ที่เก่งขึ้น ฉลาดและปรับใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม พร้อมผสานด้วย Hardware อันทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลักความละเอียดระดับ 50MP เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.57″ รับแสงได้มากขึ้น พร้อมระบบกันสั่น OIS ช่วยให้โฟกัสได้เร็วขึ้น จึงช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลในที่แสงน้อยหรือยามค่ำคืนได้อย่างน่าประทับใจยิ่งกว่าที่เคยสัมผัสมา

ส่วนกล้องหน้าก็ให้คุณภาพที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ด้วยความละเอียด 50MP พร้อมฟีเจอร์แบบอัดแน่น ทั้งระบบโฟกัสอัตโนมัติ (AF) + Eye Autofocus และระบบกันสั่น EIS สามารถตอบโจทย์สายคอนเทนต์อย่างการทำ Vlog ได้อย่างลงตัว และเมื่อมองในภาพรวม ในด้านดีไซน์ยังคงมาพร้อมความพรีเมี่ยม มีความบางเบา จับได้ถนัดกระชับมือ โดดเด่นด้วยสีใหม่ Starry Purple ให้ความรู้สึกที่หรูหราและไม่เหมือนใคร ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 3D Starry ให้เอฟเฟกต์โปร่งแสงแต่ระยิบระยับ มากับลวดลายทางช้างเผือกแบบสามมิติ

และแน่นอนว่ายังคงสืบทอด DNA ของ V Series ที่โดดเด่นในแบบรอบด้านเหมือนเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นสเปคที่ให้มาในระดับน้อง ๆ เรือธง ทั้งชิปเซต 6 นาโนเมตร ที่ทรงพลังขึ้นแต่ใช้พลังงานน้อยลง และยังรองรับการใช้งานเครือข่าย 5G แบบ dual mode SA&NSA / VoNR สามารถใช้งานได้ลื่นไหลด้วยเทคโนโลยี Extended RAM 3.0 ในแบบ 12GB+8GB บนระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 13 อีกทั้งยังให้ความจุพื้นที่เก็บข้อมูลในตัวเครื่องขนาดใหญ่ถึง 512GB และพร้อมตอบทุกโจทย์ด้านความบันเทิงด้วยจอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่เต็มตา 6.78 นิ้ว ให้ความสมูทด้วยอัตราการรีเฟรช 120Hz เมื่อผสานกับแบตเตอรี่ 4600mAh ที่รองรับชาร์จเร็ว 80W จึงสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน สรุปในภาพรวม ต้องยอมรับเลยว่านี่คือสมาร์ตโฟนที่ครบครัน ครบเครื่อง และมีจุดเด่นในการถ่ายภาพพอร์ตเทรตดีที่สุดในตลาดอีกด้วย 

ราคาและช่องทางวางจำหน่าย 

vivo V29 5G มาด้วยกัน 3 สี ประกอบไปด้วย Starry Purple, Magic Maroon, Noble Black พร้อมเปิดตัวด้วยราคา 

รุ่น 12GB + 256GB ราคา 14,999 บาท
รุ่น 12GB + 512GB ราคา 16,999 บาท

โดยเริ่มเปิดให้ Pre – Order ตั้งแต่วันที่ 24 – 31 สิงหาคม 2566 และพร้อมขายจริงในวันที่ 1 กันยายน 2566 เป็นต้นไป
สำหรับลูกค้าที่ Pre – Order ตั้งแต่วันที่ 24 – 31 สิงหาคม 2566 จะได้รับของสมนาคุณ ดังต่อไปนี้ 

1. Mini Wireless Speaker มูลค่า 899 บาท
2. V29 5G Limited Box Set มูลค่า 10,398 บาท ประกอบด้วย เคส 2 ชิ้น/ VIP Card รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และรับประกันจอแตก 1 ครั้ง ในระยะเวลา 2 ปีแรก
3. ส่วนลดมูลค่า 500 บาท

ส่วนของแถมในวัน First Sale (1 กันยายน 2566) จะได้รับเป็น V29 5G Limited Box Set มูลค่า 10,398 บาท ประกอบด้วย เคส 2 ชิ้น VIP Card รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และรับประกันจอแตก 1 ครั้ง ในระยะเวลา 2 ปีแรก

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของ vivo V29 5G ได้ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา ช่องทางออนไลน์ vivo Official Store และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

 

J.wasan
J.wasan

Founder and Web Editor นักเขียน บทความ & รีวิว สนใจด้าน IT และ ไลฟ์สไตล์