รีวิว vivo X80 Series 5G สุดยอดเรือธง Camera Phone เปิดนิยามใหม่ถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพ ด้วยเทคโนโลยีจาก ZEISS พร้อมสเปคจัดเต็มตอบทุกโจทย์การใช้งาน !!!

 

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

vivo X80 Pro Series มอบความลื่นไหลกว่าเดิมด้วย Funtouch OS 12  บนพื้นฐานของ Android 12 โดยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 12  นำเสนอชุดไอคอนและวิดเจ็ตใหม่ที่สร้างสรรค์ ซึ่งจะแสดงแอปพลิเคชันที่ใช้เป็นประจำ และยังช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานโดยที่ไม่ต้องกดเปิดแอปพลิเคชัน สามารถสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ vivo X80 Pro Series ยังมาพร้อม Nano Music Player ที่มอบประสบการณ์การฟังเพลงได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการรองรับ Spotify เพียงคลิกเดียวเพื่อดำดิ่งสู่โลกแห่งเสียงเพลง ( และรองรับ Joox สำหรับในบางพื้นที่ที่รองรับ) Nano Music Player เปลี่ยนเพลงได้ทุกเมื่อที่ต้องการ และการสตรีมจะไม่หยุด สามารถสลับการใช้งานได้อย่างอิสระ รวมถึงการดาวน์โหลดในเครื่องและเครื่องเล่นเพลงอื่น ๆ บนหน้าจอหลักได้อย่างสนุกและง่ายดาย

 

ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนธีม หรือภาพพื้นหลังรวมถึงรูปแบบตัวอักษรได้ตามสไตล์การใช้งาน พร้อมทั้งตั้งค่ารูปแบบ Home Screen ได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ และยังสติ๊กเกอร์ที่สามารถแสดงการบันทึก เตือนความจำ คำคมสร้างแรงบันดาลใจ และอีกมากมาย เพื่อให้ผู้ใช้งานไม่พลาดข้อมูลสำคัญอีกต่อไป อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งสี และรูปภาพพื้นหลัง เพื่อทำให้หน้าจอหลักดูมีเอกลักษณ์ในสไตล์ของตนเอง

Jovi Home

เมื่อเลื่อนหน้าจอจากด้านซ้ายไปยังด้านขวาของหน้าโฮมเพจ จะเข้าสู่ Jovi Home ซึ่งเป็นหน้าหลักที่รวบรวมแอปพลิเคชันทั้งหมดไว้ด้วยกัน พร้อมการออกแบบสไตล์การ์ดที่ใช้งานง่าย โดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจดังนี้ 

Shortcuts – ทางลัดที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง แอปพลิเคชันการล้างพื้นที่เครื่อง เครื่องคิดเลข ล็อกแอปพลิเคชัน และอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

Suggestions – คำแนะนำที่สามารถแจ้งเตือนอัจฉริยะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นเวลาพักผ่อน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

My Services – สามารถปรับแต่งตามความสนใจของคุณ เช่น เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬา ข้อมูลด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย หรือคำแนะนำเกี่ยวกับการดื่มน้ำ และการพยากรณ์อากาศ

Dynamic Effects จะช่วยเสริมการใช้งานสมาร์ตโฟนของเราให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกเอฟเฟกต์สำหรับการตั้งค่าภาพเคลื่อนไหวเช่นเอฟเฟกต์จดจำใบหน้า และการชาร์จเป็นต้น

ฟีเจอร์ EasyShare ถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

โดย EasyShare ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายโอนข้อมูลจากโทรศัพท์เครื่องเก่าไปยังเครื่องใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และเต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ หมดปัญหาข้อมูลหายหลังจากเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่อีกต่อไป

Dark Mode ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้การใช้งานในตอนกลางคืนเป็นไปอย่างราบรื่น และส่งผลดีต่อสุขภาพดวงตาของผู้ใช้งาน โดยหลักการทำงานของฟีเจอร์ Dark Mode จะเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีดำ เพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมในที่แสงน้อยได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งช่วยทั้งเรื่องของการประหยัดพลังงาน พร้อมถนอมสายตา และก่อให้เกิดความผ่อนคลายแก่ผู้ใช้งานอีกทางหนึ่งด้วย

(Dark Mode สามารถใช้งานได้กับบางแอปฯ)

vivo X80 Pro 5G มาพร้อมฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรที่มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี 5G ในแบบ dual mode SA&NSA / VoNR และรองรับ 5G+5G dual SIM standby รวมไปถึงยังรองรับการโทรผ่าน Wi-Fi และ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูง มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบรื่นอีกด้วย

สำหรับปุ่มนำทาง สามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะกับความถนัดของเราได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี Full Screen gesture ที่มาพร้อมฟีเจอร์สั่งการง่าย ๆ และสามารถใช้งานจอแสดงผลได้แบบเต็ม 100%

โดย Navigation gestures เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การสไลด์นิ้วบนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เหลือพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบการสั่งการแบบไหน เช่นการลากจากขอบด้านล่างจากตำแหน่งตรงกลาง เพื่อกลับไปที่หน้าโฮม ซึ่งก็เหมือนการกดที่ปุ่มโฮมนั่นเอง

โหมดใช้งานมือเดียวและการจับภาพหน้าจอที่มีความหลากหลาย สำหรับการจับภาพหน้าจอก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์พิเศษของ vivo โดยสามารถจับภาพหน้าจอได้ยืดหยุ่นมาก ๆ ทั้งการลาก 3 นิ้วขึ้นไปจากหน้าจอแสดงผล

รวมไปถึงการจับภาพหน้าจอแบบยาวๆ หรือรูปแบบอิสระ อีกทั้งยังบันทึกหน้าจอในรูปแบบของวิดีโอได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชันโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram ฯลฯ ได้พร้อม ๆ กันถึง 2 แอคเคาท์ในเครื่องเดียว

สำหรับโหมดการใช้งานอัจฉริยะ เป็นฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานมาอย่างยาวนานบนสมาร์ตโฟนของ vivo ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็คือการทำงานร่วมกับพวกเซนเซอร์ต่าง ๆ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่น วาดตัวอักษรบนหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน, ปลดล็อกด้วยการโบกมือผ่านหน้าจอ การแจ้งเตือน การรับสายหรือเปลี่ยนเป็นโหมดแฮนด์ฟรีอัตโนมัติ ฯลฯ

Picture-in-Picture  ฟีเจอร์ยอดนิยมที่มีมาให้ใช้งานอย่างยาวนาน ก็คือโหมดการแบ่งหน้าต่างเพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชันไปพร้อม ๆ กัน เช่นแชทไปด้วยพร้อมดู YouTube ในขณะเดียวกัน ฟีเจอร์นี้จึงช่วยให้การทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้อย่างไร้กังวลมากขึ้น

ซึ่งบน vivo X80 Series นั้นเรียกใช้งานการแบ่งหน้าจอได้ง่าย ๆ เพียงลาก 3 นิ้วจากด้านล่างขึ้นไปยังด้านบนของจอแสดงผล ก็จะสามารถใช้งาน 2 แอปฯในหนึ่งหน้าจอได้ในทันที

ฟีเจอร์ในด้านความปลอดภัยก็ถือว่าจัดเต็มโดย บน vivo X80 Series  มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยป้องกันการใช้งานในภาพรวมได้อย่างครอบคลุม ทั้งข้อมูลส่วนตัวการเข้ารหัสแอป ตู้เซฟไฟล์ การล็อกซิมการ์ด และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้ผู้ใช้งานอุ่นใจและมีความปลอดภัยสูงสุด และยังเพิ่มการป้องกันอีกขั้นสำหรับโทรศัพท์ของผู้ใช้งาน โดยเมื่อตั้งค่ารหัสผ่านเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ จะต้องป้อนรหัสผ่านเพื่อปิด ซึ่งวิธีนี้จะป้องกันไม่ให้โทรศัพท์ที่ถูกขโมยของคุณถูกปิด เพิ่มโอกาสในการค้นหาโทรศัพท์ให้ได้กลับคืนมามากขึ้น

มี IR Blaster หรือ อินฟาเรตพอร์ตที่ใช้ในการเป็นรีโมทควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ผ่านทางแอป รีโมทอัจฉริยะ ซึ่งรองรับอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากแบรนด์หลากหลายประเภท 

ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยผู้ช่วยอัจฉริยะ iManager ที่มาพร้อมความสามารถครบครัน สามารถตรวจสอบความปลอดภัยสมาร์ตโฟนของคุณทั้งสแกนไวรัส และระบุไฟล์ที่เป็นอันตรายต่อสมาร์ตโฟน รวมทั้งยังมาพร้อมความสามารถอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลบไฟล์ขยะ, ระบายความร้อน, สำรองข้อมูล, และจัดการด้านพลังงานเป็นต้น

ปิดท้ายกันไปด้วยการจัดสรรพลังงาน โดยในภาพรวม vivo X80 Series บริการจัดการพลังงานได้น่าประทับใจ ซึ่งถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้ครบวันแบบสบาย ๆ ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้แบตเตอรี่ความจุสูงทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน รวมถึงเทคโนโลยี AI ประหยัดพลังงาน และ Firmware ที่ปรับแต่งมาให้สามารถจัดสรรพลังงานได้อย่างเหมาะสม

ส่วนถ้าใครเน้นเล่นเกมหรือใช้งานหนัก ๆ ตลอดทั้งวัน ก็ไม่ต้องซีเรียสเพราะ vivo X80 Series รองรับชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี FlashCharge 80W ไม่ว่าจะถ่ายรูป ฟังเพลงหรือเล่นเกม ก็พร้อมให้คุณใช้งานได้ตลอดเวลา

มัลติมีเดียและความบันเทิง

Music Player บน vivo X80 Series มาพร้อมจุดเด่นด้าน Software ด้วยฟีเจอร์ Hifi และ DeepField เอฟเฟ็กต์เสียงที่พัฒนาโดย vivo ทำให้การถ่ายทอดเสียงที่ได้มีความนุ่มลึก คมชัดใสเคลียร์ รองรับการจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง 360 องศา อีกทั้งยังปรับแต่งเสียงผ่าน EQ ได้ยืดหยุ่นและตรงใจผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลง vivo X80 Series นั้นไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

 

สำหรับ Video Player บน vivo X80 Series 5G รองรับการเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K ได้อย่างไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น

ทดสอบการเล่นเกม

vivo X80 Series 5G มอบความตื่นตาตื่นใจในการเล่นเกมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยโพรเซสเซอร์ระดับเรือธง Snapdragon® 8 Gen 1 และชิปที่ปรับแต่งเองจาก vivo Pro Imaging Chip V1+ ซึ่งรองรับการเพิ่มเฟรมเรทเกม และช่วยให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์เล่นเกมได้อย่างเต็มที่

ในขณะเดียวกัน Linear Motor ที่เป็นมอเตอร์แนวราบ X-Axis รวมถึงลำโพงสเตอริโอคู่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การเล่นเกมที่ดื่มด่ำ ด้วยการผสมผสานระหว่างการสั่นสะเทือนและเสียงอันทรงพลัง ให้ความสมจริงในขณะเล่นมากยิ่งขึ้น ผ่านลำโพงสเตอริโอคู่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การเล่นเกมที่จัดเต็มในแบบรอบด้าน ด้วยการผสมผสานระหว่างการสั่นสะเทือนและเสียงอันทรงพลัง ให้ความสมจริงในขณะเล่นมากยิ่งขึ้น

และยังมาพร้อมฟีเจอร์อัดแน่น ทั้ง Multi-Turbo เวอร์ชันล่าสุด ที่ใช้เทคโนโลยี AI ในการเข้ามาช่วยปรับปรุงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มอบความเร็วในการทำงานของหน่วยประมวลผล และช่วยประหยัดพลังงานอีกทั้งยังมีระบบระบายความร้อนด้วยส่วนประกอบสี่ประเภทเพื่อให้ความร้อนลดลงอย่างรวดเร็วแม้ขณะเล่นเกม

Ultra-Game Mode

vivo X80 Series 5G สามารถเล่น E-sports ได้อย่างมืออาชีพโดยใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกโหมดการทำงานได้ตามความเหมาะสม ทั้งโหมดประหยัดแบตเตอรี่, โหมดสมดุล และโหมดประสิทธิภาพ 

และนอกจากนี้ฟีเจอร์ Ultra-Game Mode ยังช่วยให้การเล่นเกมมีความต่อเนื่องไร้การรบกวนจากแจ้งเตือนข้อความและการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันอื่น ๆ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพแบบสัมผัสเพื่อป้องกันการจับภาพหน้าจอในขณะเล่นเกมที่เกิดจากการสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ

Ultra-Game Mode มาพร้อมเวอร์ชันอัปเดตใหม่ล่าสุด  ซึ่งได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมขั้นสุด ซึ่งสามารถเลือกการทำงานได้ถึงสามโหมดตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นโหมดประหยัดแบตเตอรี่, โหมดสมดุล และโหมดประสิทธิภาพที่สามารถรีดพลังในการเล่นเกมออกมาได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Ultra-Game Mode ยังมาพร้อมฟีเจอร์อัดแน่นที่ช่วยให้การเล่นเกมได้เต็มอรรถรสยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟ็กต์เครื่องเปลี่ยนเสียง, Game Picture-in-Picture,  Do Not Disturb, Esports Mode เป็นต้น 

และอีกหนึ่งจุดเด่นของ vivo X80 Pro5G ก็คือการติดตั้ง Linear Motor มอเตอร์ส่งแรงสั่นสะเทือนในการเล่นเกมแบบแนวราบ X-Axis ที่มีการตอบสนองรวดเร็ว เล่นเกมได้อรรถรส และยังผสานเข้ากับฟีเจอร์ 4D Game Vibration หรือระบบสั่น 4 มิติ ที่ช่วยเพิ่มความสมจริงในเกม FPS 

 vivo X80 Pro5G & X80 5G สามารถตั้งค่ากราฟิคของตัวเกมในระดับสูงสุดได้ทุกเกม เมื่อลองทดสอบเกมยอดนิยมอย่าง PUBG, ROV, Call of Duty, Asphalt 9  ไม่พบอาการหน่วงหรือสะดุดให้เห็น แต่เมื่อลอง Genshin Impact ในช่วงตะลุมบอนหมู่  ศัตรูมาเยอะ ๆ บน X80 Pro 5G ยังไม่พบปัญหาแต่อย่างใด แต่บน X80 5G ก็เจอหนืด ๆ บ้างเล็กน้อย 

สรุปในภาพรวม vivo X80 Pro5G & X80 5G เล่นได้ทุกเกมแบบตั้งค่าสูงสุด  ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับคุณภาพ Hardware ระดับเรือธง และ Firmware ที่ปรับแต่งมาเป็นอย่างดี รวมถึงฟีเจอร์ Ultra-Game Mode ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ vivo X80 Pro5G & X80 5G เป็นสมาร์ตโฟนเรือธงที่ตอบสนองการเล่นเกมได้อย่างดีเยี่ยมอีกรุ่นหนึ่งของตลาดบ้านเรา 

อ่านต่อ… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 3

J.wasan
J.wasan

Founder and Web Editor นักเขียน บทความ & รีวิว สนใจด้าน IT และ ไลฟ์สไตล์